เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2553 ผู้สื่อข่าว รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงาน ว่า หลังจากต่อสู้มาหลายวัน ในที่สุด ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งประชุมกันที่ประเทศบราซิล ได้มีมติให้เลื่อนการพิจารณาเอกสารแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกทั้งหมด ที่ทางกัมพูชาส่งมาในการประชุมครั้งนี้ ให้ออกไปเป็นครั้งหน้า ซึ่งทำให้บรรยากาศของคณะทำงานหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากตลอดทั้งวันมีการเลื่อนวาระมาตลอด ขณะที่ไทยกับกัมพูชาได้มีการเจรจานอกรอบกันหลายครั้ง
โดย คณะกรรมการระบุว่า เราได้รับเอกสารของกัมพูชา โดยที่ไทยยังไม่ได้รับรองและรับทราบเอกสารดังกล่าว ในที่สุด จึงได้มีการเลื่อนวาระนี้ออกไปพิจารณาในปีหน้า ซึ่งหลังมีมติก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้อง
ด้าน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจคณะทำงานตลอดเวลา ต้องขอบคุณนายกฯ ที่สนใจติดตาม ไม่ว่าเป็นเอกสารที่นำเสนอ เมื่อคืนนายกฯ ไม่ได้นอน ได้มีการโทรศัพท์ปรึกษากันตลอด และส่งเอสเอ็มเอสไปบอกว่า ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นายกฯ จึงโทร.มาแสดงความยินดีกับพวกเรา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังคณะกรรมการมรดกโลก มีมติเลื่อนวาระการพิจารณาขอเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ไปในการประชุมครั้งต่อไป ว่า สถานการณ์ที่ชายแดนไม่น่ากังวลอะไร ส่วนกรณีคณะกรรมการมรดกโลกมีมติเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้ไทยและกัมพูชา จะได้มาเจรจาหารือไขปัญหาเขตแดนให้ลงตัวซึ่งจะใช้เวลาช่วงนี้แก้ไขปัญหากันต่อไป
ส่วนข่าวกัมพูชาสร้างถนนเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ได้พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลาว่า การสร้างถนนจะเข้ามาในพื้นที่ที่ตกลงกันไม่ได้ แต่ถ้าถนนอยู่ในพื้นที่กัมพูชาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากถนนจะเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนต้องมีการพูดคุยกับฝ่ายไทย เพราะจะทำอะไรก็ตามต้องถือว่า เป็นสมบัติที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่ ส่วนประชาชนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนก็พยายามแก้ไขกันอยู่ จะรวบรวมปัญหาทุกกรณีทุกประเด็นในพื้นที่ทับซ้อนแล้วมาพูดคุยกันว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เกิดกับปราสาทเขาพระวิหารถือว่าเป็นบทเรียนของประเทศไทยหรือไม่ ที่จะเร่งดำเนินการหรือโหมกระแสเฉพาะช่วงที่คณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาในแต่ละครั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตรงนี้ มีการพูดจาและพยายามแก้ไขปัญหาติดต่อกันมาหลายปี ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านก็ตาม ก็พยายามนำเรื่องนี้มาพูดคุยเพื่อหาทางออก สื่อมวลชนเสนอข่าวเรื่องนี้มาตลอดและประชาชนก็ตื่นตัว จะมาบอกว่าไม่มีใครสนใจก็ไม่ได้
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะป้องกันอย่างไรไม่ให้ปัญหานี้ถูกโยงไปเป็นปัญหาทางการเมือง เพราะขณะนี้มีกลุ่มประชาชนเตรียมขึ้นไปประท้วงบริเวณเขาพระวิหาร นายสุเทพ กล่าวว่า บ้านเมืองเราน่ากลุ้มใจอะไรก็เอามาเป็นปัญหาการเมืองกันไปหมด มันต้องแยกแยะว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของประเทศไทย เป็นเรื่องของคนทั้งชาติ อย่าเอามาทำเป็นของเล่นไปหมด.