จากนั้น นีโน่ผันตัวเองมาเป็นนักแสดง และพิธีกรที่มีงานชุก ด้วยบุคลิกเป็นหนุ่มอารมณ์ดี สนุกสนาน เขาจึงมีงานพิธีกรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ รายการ โอโน่โชว์-มาสเตอร์คีย์ ฯลฯ
ล่าสุด พิธีกรอารมณ์ดี นีโน่ ยังหันไปทำธุรกิจหลายอย่าง และหนึ่งในธุรกิจที่กำลังจะพูดถึงนั่นคือ การเปิดบริษัท มิคกลี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ นีโน่ บาย มิคกลี้ (Nino by Mikli) จากประเทศฝรั่งเศส โดยนีโน่ นั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการ
ก่อนหน้านี้ นีโน่เคยเปิดธุรกิจแว่นตามาแล้ว โดยลงหุ้นกับ โอ-วรุฒ วรธรรม แต่ในที่สุดต้องปิดกิจการไป จากนั้นเพื่อนของนีโน่ได้มาชักชวนอีกครั้ง และในครั้งนี้เกิดเป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยจำหน่ายแว่นตาถึง 3 แบรนด์ดัง
"ผมอยู่กับแว่นตามานาน ที่ผ่านมาเคยทำธุรกิจแว่นตามาแล้ว แต่ปัญหามันเยอะมาก แล้วตอนนั้นหุ้นกับคุณพี่โอ วรุฒ ด้วยชื่อมันผสมกันอยู่ ไม่นานคุณโอเขาเบื่อ ไม่อยากทำเลยบอกว่าโอเคยุติก่อน จึงหยุดมา 2 ปีแล้ว" นีโน่ เริ่มต้นย้อนความเป็นมา ก่อนบอกต่อว่า
"ขณะเดียวกัน ผมเป็นเพื่อนกับ คุณอลัน มิคกลี้-Alain Mikli มานานมาก เขาถามว่า หยุดทำแล้วเหรอ ถ้าหยุดทำแล้วมาทำกับเขามั้ย เป็นการพูดคุยกัน จนในที่สุดได้ทำธุรกิจกับเขา ถือเป็นความต่อเนื่องจากที่หยุดทำไป และตอนนี้จึงทำคนเดียวเป็นแบรนด์ของตัวเองเลย ซึ่งจะนำเข้าแว่นตาที่น่าสนใจ ตอนนี้มี 3 แบรนด์ด้วยกัน คือของผมเองชื่อว่านีโน่-Nino ตัวแบรนด์ใหญ่คืออลัน มิคกลี้ เป็นแว่นตาของฝรั่งเศสซึ่งทำในฝรั่งเศส และแบรนด์ Philip Sparck-ฟิลลิป สปาร์ก"
สำหรับการออกแบบแว่นตาภายใต้แบรนด์นีโน่นั้น ทางสตูดิโอมิคกลี้จะเป็นผู้ออกแบบเองทั้งสิ้น ส่วนการเลือกแบบ นีโน่จะเลือกแบบ และจะมีขายเฉพาะที่ประเทศไทย ที่สำคัญ มั่นใจได้ว่า เมื่อซื้อแว่นตายี่ห้อนีโน่จะได้ราคาถูกที่สุด
"แว่นตา Mikli โดยทั่วไป ที่เมืองนอกขายตัวละหมื่นกว่าบาทหมด เมืองไทยขายส่งตัวละ 4,000-6,000 บาทเอง เท่ากับว่าคุณซื้อแว่น Nino อันหนึ่งเท่ากับซื้อแว่น Mikli ที่ถูกที่สุดในโลก ซึ่งคุณภาพเหมือนกันทุกอย่าง ตรวจคุณภาพโดยสตูดิโอ Alain Mikli หมด" นีโน่กล่าว
สำหรับ บริษัท มิคกลี้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดดำเนินการมาได้ราว 8 เดือนเศษ โดยใช้เงินลงทุนร่วมสิบล้าน โดยหนุ่มนีโน่นั่งเก้าอี้ CEO และมีภรรยา จอย ศรฤทัย มาช่วยอีกแรง ซึ่งมีพนักงานทั้งหมด 8 คน โดยส่วนใหญ่จะขายแว่นสายตา
"แว่นของผมนี่เรียกว่าแว่นดีไซน์ ส่วนใหญ่เป็นแว่นสายตา ผมยังไม่อยากทำแว่นกันแดด เพราะคนไทยติดแว่นกันแดดที่มีชื่อยี่ห้ออยู่ที่ตัวแว่นด้านนอก ส่วนแว่นกันแดดของ Alain Mikli ราคาสูงและไม่ติดชื่อแบรนด์ด้านนอก เราพยายามเลือกไม่ให้ซ้ำกับใคร เพราะจะขายได้เฉพาะคนที่ใส่แว่นตาจริงๆ"
นีโน่ บาย มิคกลี้ นับว่าเป็นแว่นแบรนด์ของคนไทย ที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเจ้าของร้านอารมณ์ดี คาดหวังว่า ถ้าสักวันหนึ่ง แว่นนีโน่ บาย มิคกลี้ ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยแล้ว ในอนาคตจะส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน
"ความจริงตลาดแว่นตา คนไทยทำกันมานานแล้ว แต่ของผมพูดได้ว่าเป็นรายแรกเลยที่เปิดตัวว่าเป็นแว่นของคนไทย แต่คนไทยส่วนใหญ่ อะไรที่บอกว่าเป็นของคนไทยทำ มักจะไม่ค่อยชอบใช้ เราเลยต้องมีวิธีการนำเสนอที่ไม่ได้บอกหมดว่าเป็นของคนไทย เพราะสินค้าเราไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ทางฝรั่งเศสควบคุมหมด เพียงแต่ว่าใช้ชื่อลิขสิทธิ์เป็นของคนไทย ภายใต้เครื่องหมายการค้าของคนไทย แต่อย่างน้อยที่สุดเจ้าของเป็นคนไทย เพราะฉะนั้น คนที่ซื้อแว่นตาเราจะได้แว่นคุณภาพแบบสากลที่ชื่อเป็นของดาราไทย" นีโน่ เผยตรงไปตรงมา
"และถ้าเราได้รับการสนับสนุนจากคนไทยแล้ว อนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แว่นตาของเราอาจออกไปขายได้ ผมมีความคิดจะขยายอยู่ แต่ต้องเริ่มที่บ้านเราก่อน ต้องสร้างชื่อในประเทศไปก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีจุดกำเนิดซึ่งเป็นจุดแข็งไปสู้กับเขา" นีโน่ ฝากทิ้งท้าย
สำหรับหนุ่มสาวที่สนใจแว่นตา นีโน บาย มิคกลี้ เดินเข้าไปอุดหนุนได้ ราคาตั้งแต่ 4,000-8,000 บาท มีวางจำหน่ายที่เอแอนด์พี, ร้านแว่น The Next ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ และ ร้าน Paris Mikli ทุกสาขา
แถมอีกหน่อย นีโน่ฝากถึงร้านแว่นตาใด สนใจติดต่อไปจำหน่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท มิคกลี้ (ไทยแลนด์) จำกัด เลขที่ 506/104 หมู่บ้านกลางเมืองรัชดา ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310