Login
 
 

จับกระแส
โดย...ไทยภักดิ์ รักถิ่นไทย 




ปฏิรูปประเทศไทย


แม้กระแสข่าวเรื่อง ไทยเสียดินแดนให้เขมรจะร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจจากปวงชนชาวไทยไม่แพ้กันก็คือ เรื่องการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ ผมเองเฝ้าติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นเวลาหลายเดือนแต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า จะเริ่มต้นปฏิรูปกันตรงไหนและจะปฏิรูปอย่างไร อะไรคือลักษณะเด่นของประเทศไทยหลังจากผ่านการปฏิรูปไปแล้ว

ผมได้พบท่านผู้รู้หลายคนก็เข้าไปพูดคุยทักทายด้วย และพยายามที่จะแสวงหาเรื่องที่จะปฏิรูปก็ยังหาไม่พบ พอๆ กับสมัยหนึ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเสนอการเมืองใหม่ขึ้นมาแล้วผมก็ติดตามสอบถามว่า หน้าตามันเป็นอย่างไร หลายปีผ่านไปก็ไม่มีคำตอบ นอกจากมีพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่งที่แสนจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่รู้ว่าจะแท้งเสียก่อนเกิดหรือไม่ ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร
                ตามความรู้สึกของผม ประเด็นแรกที่ต้องหาให้พบก่อนคือ ประเทศไทยและประชาชนชาวไทยมีปัญหาอะไร ถ้าแก้ปัญหานี้แล้ว จะมีอะไรเป็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ทางสังคมหรือส่วนอื่นๆ บ้าง แต่ที่แน่ๆ ประเด็นที่ส.ส.จะแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ปัญหาหลักของประเทศแน่จะเป็นก็แค่ปัญหาของนักการเมืองกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียวที่เก่งทางการโวยวายเพื่อแสวงหาความได้เปรียบและประโยชน์ส่วนตนไปวันหนึ่งๆ เท่านั้น
                 ผมมองดูขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีที่น่ารักน่าชังของเรา ท่านมีปัญหาเสียเองคือ ท่านเป็นผู้นำก็ไม่ได้ เป็นผู้ตามก็ไม่ดี
                การที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศไทยเบื้องต้นต้องพูดจาชัดเจนไม่คลุมเครือเสียก่อน และจับประเด็นปัญหามาวางชัดเจนก่อนแล้ว ทำยุทธวิธีให้ตรงประเด็นของแต่ละเรื่อง
                ตั้งแต่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งบัดนี้ ผมก็ยังไม่เคยเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีที่น่ารักคนนี้จะรู้จักปัญหาของประเทศไทยตรงไหนเลย เรื่องรถเมล์ฟรีก็นายสมัครทิ้งไว้เป็นมรดกดูต่างหน้า เรื่องการศึกษาฟรีก็มีความคิดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์ เรื่องคอรัปชั่นที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ว่าจะจัดการอย่างจริงจังก็ไม่ได้เรื่องได้ราวโกงกันแบบสะบั้นหั่นแหลก ไม่มีวี่แววว่าจะทำอะไรได้เลย
                มาดูแผนปรองดองก็ไม่มีอะไรคืบหน้านอกจากมาไล่จับคนนั้นคนนี้ไปเข้าคุกบ้าง รายงานตัวบ้าง แต่พอเจอตัวแสบกลับปล่อยให้ลอยนวลก่อบ้านกวนเมืองต่อไป เรื่องนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่ส่งสัญญาณในทางที่ดีเลย
                นี่คือ เหตุผลที่ว่าเป็นผู้นำไม่ได้
                ผมเคยพูดกับเพื่อนๆ เสมอว่า ท่านนายกรัฐมนตรีของเรา เก่งมากด้านภาษาอังกฤษด้านวิชาการ ไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ควรจะไปเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศหรือปลัดกระทรวงใดๆ ก็ได้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะถ้าท่านได้รับมอบงานจากใครให้ท่านทำท่านคงทำได้ดี เช่น การร่างหนังสือโต้ตอบ หรือร่างหนังสือสุนทรพจน์ เพราะท่านเก่งทางหนังสือตำรา แต่ไม่รู้จักคนไทยและประเทศไทยดีพอ เพราะคนที่จะเป็นนักการเมืองและเป็นผู้นำต้องรู้จักคนไทยและประเทศไทยดีมากกว่าที่เป็นอยู่นี้
                นอกจากนี้ท่านเป็นผู้ตามก็ไม่ได้ เพราะถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่นในปฐพี ท่านอยากจะสอนประชาชนมากกว่าฟังประชาชน ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการเปิดให้ประชาชนโทรศัพท์เข้าไปคุยหนึ่งนาที เป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองที่สุด และไม่ได้เรื่องที่สุด
                การฟังปัญหาของประชาชนไม่ใช่ฟังเพียงหนึ่งนาที เพราะปัญหาประชาชนหมักหมมมานับปีไม่ถ้วนแล้ว อย่างน้อยต้องฟังเสียงจากทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด โดยใช้กระบวนการทำประชาพิจารณ์ที่จะเจาะปัญหาถึงรากถึงโคนที่สุด เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไทยได้สะท้อนปัญหาและเสนอปัญหาอย่างเต็มที่พร้อมทั้งเหตุผลและหลักฐานต่างๆ ที่จะเสนออย่างรอบด้าน
                  เวลาที่จะทำก็ไม่ต้องรีบร้อน ปล่อยให้ประชาชนเขาระบายความทุกข์จนตกผลึกแล้วจึงจับกลุ่มปัญหาร่างออกมาเป็นนโยบาย ที่ทุกฝ่ายต่างได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นที่น่าพอใจ มิใช่ปล่อยให้ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่กับพวกนักการเมืองเพียงไม่กี่คนที่เป็นประชาชนส่วนน้อยของประเทศ ซึ่งเสวยสุขบนความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่ของแผ่นดิน
                 นี่คือเหตุผลที่ว่า เป็นผู้ตามก็ไม่ได้
                
จึงขอเสนอว่า ในเบื้องต้นนี้ นายกรัฐมนตรีต้องปฏิรูปตัวเองจากทำงานแบบมูลควายลอยน้ำที่ปล่อยให้กระแสพัดพาไปวันหนึ่งๆ แต่จะต้องกำหนดให้ชัดว่า ตัวนายกรัฐมนตรีเองจะเป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตามกันแน่
                 ถ้าเป็นผู้นำก็ประกาศออกมาชัดๆ ว่า อะไร คือ ปัญหาของประเทศและปวงชนชาวไทย ถ้าแก้ปัญหา จะแก้อย่างไร บอกมาเลย หนึ่งสองสามสี่ห้า
                ถ้าจะเป็นผู้ตามก็กำหนดกระบวนการรับฟังลงไปเลยว่าทำอย่างไรจึงจะเจาะลึกปัญหาประชาชนและประเทศชาติให้ทะลุในทุกแง่ทุกมุมอย่างละเอียดไม่เหลือหลอ แล้วจึงมากำหนดนโยบายโดยนำเอาปัญหาที่ประชาชนสะท้อนมาเป็นฐาน แล้วแก้ไปตามนั้น เมื่อแก้แล้วประชาชนและประเทศชาติหลุดพ้นจากปัญหานั้นได้จริง ก็จะถือว่า การปฏิรูปประเทศไทยสำเร็จจริง
                หากไม่สามารถทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ก็ปล่อยไปอย่างนี้ ให้กาลเวลาแก้ปัญหาด้วยตัวของมันเอง ซึ่งอาจจะตั้งอยู่บนความจริงมากกว่า ปล่อยให้คนไม่กี่คนฝันเฟื่องหลอกประชาชนให้โจรเสื้อนอกปล้นชาติไปวันหนึ่งๆ จนล้มสลายไปในที่สุด แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง.

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :