ครอบครัวชินวัตร บินไปนอก ก่อนชุมนุมเสื้อแดง
“ลูกสาว 2 คน เขาไปดูนิทรรศการเรื่องโรงแรมที่เยอรมัน เขาจองกันไว้ล่วงหน้านานมากแล้ว เสร็จงานเขาจะมาเยี่ยมผมเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วครับ” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐ มนตรี ผู้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ทวีตข้อความสั้นตอบคำถามที่ว่า “ทำไมครอบครัวไม่อยู่เมืองไทยเวลามีชุมนุมล่ะคะ ยืมมือประชาชนไปป่าว” เมื่อวันที่ 10 มี.ค.
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามในเรื่องนี้ไว้ว่า “ต้องถาม พ.ต.ท.ทักษิณเหมือนกันว่า ชวนทุกคนอยู่ที่เมืองไทย แต่คนใกล้ชิดตัวเองไม่ชวนอยู่”
หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ระบุว่า “การที่บุตรและภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ รีบเดินทางออกจากประเทศในช่วงที่กำลังมีเหตุการณ์อย่างนี้ ยิ่งทำให้พวกผมระมัดระวังมากขึ้น มันเป็นสัญญาณที่ทำให้เราต้องระมัดระวัง”
จะเป็น “สัญญาณ” อย่างที่นายสุเทพ รู้สึกหรือไม่ ไม่รู้ได้
แต่ล่าสุด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ถอนชื่อ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ออกจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่ห้ามออกนอกประเทศ เพราะศาลฎีกามีหนังสือ ศย.100/1093 ลงวันที่ 10 มี.ค. 2553 ถึง ผบช.สตม.
พูดง่าย ๆ คือ คุณหญิงพจมาน สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้
มีข่าวว่าคืนวันที่ 10 มี.ค. คุณหญิงพจมานเตรียมเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์
แต่ที่ต้อง “งง” ก็คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวว่าเดินทางไปสิงคโปร์ นั้น
หากตามรอยอดีตจะพบว่า ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนหนึ่งที่ได้กลิ่น “สีเขียว” ได้ดีที่สุดจะจริงหรือจะเท็จประการใดไม่รู้
นอกจากนี้ “สัญญาณ” ที่สำคัญคือ แกนนำคนเสื้อแดง ลดจุดระดมพล จาก 6 จุด เหลือ 4 จุด แต่ยังคงเวลาเคลื่อนพล คือ เวลา 12.00 น. ไม่มีเหตุผลว่าเหตุใด แต่เข้าใจกันว่า “กระแส” การใช้ความรุนแรงกำลังโจมตีคนเสื้อแดง แม้จำนวนจะน้อยกว่าที่คาด แต่เมื่อมันเป็น “ครั้งสุดท้าย” อย่างไรก็ไม่มีถอย
ล่าสุดที่สุดล่า นายสุเทพ ประกาศหลังการประชุม ศอ.รส. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เอาตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นเดิมพันรับรองว่า จะไม่มีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เอาปืนมายิงกลุ่มผู้ชุมนุม
“สัญญาณ” มีออกมาแล้ว แต่ไม่มีใครแปลได้ว่า “สัญญาณ ดี” หรือ “สัญญาณร้าย”.
ผบ.พล.1 รอ. ย้ำทหารซื้อไม่ได้
พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมชุมชนรอบวังเฉลิมพระเกียรติว่า กำลังทหารที่เข้าไปดูแลมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง เราพร้อมปฏิบัติตามแผนที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย จะไม่เกิดความรุนแรง เราทำตามหน้าที่ของกฎหมาย ผู้บังคับบัญชาได้ย้ำว่า เราเป็นทหารของประชาชน เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และไม่ใช่ศัตรูของประชาชน ไม่ได้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับใคร เรามีจุดยืนชัดเจน
นอกจากนี้ พล.ต.กัมปนาท กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะพยายามแหกด่านจุดตรวจ จนหวั่นว่าจะปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น คงไม่มี เราพยายามเจรจาพูดคุยตามลำดับชั้นว่า จะไม่มีการปะทะ ต้องมีการเจรจาเป็นหลัก อีกทั้งจะไม่มีการปิดกั้นการชุมนุม กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถชุมนุมได้ตามปกติ
พล.ต.กัมปนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ควบคุมสถานีวิทยุพล.1 รอ. ยังไม่พบปัญหาเรื่องการปลุกระดมให้ประชาชนมาชุมนุมเคลื่อนไหวส่วนกระแสข่าวการปฏิวัติรัฐประหาร นั้น ยืนยันว่า ไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ผบ.ทบ.ยืนยันไปแล้ว จะไม่มีการนำกำลังทหารออกมาปฏิวัติ มีแต่ออกมาดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะนี้กองทัพมีความเป็นเอกภาพ มีความเป็นหนึ่งเดียว และไม่มีใครสามารถซื้อทหารให้ออกมาทำการอย่างใดอย่างหนึ่งได้
'สุเทพ' ยืนกราน ไม่ขึ้นบัญชีดำพระสงฆ์แน่
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เดินทางเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที จากนั้นนายสุเทพเปิดเผยว่า ตนมากราบนมัสการสมเด็จพระคุณเจ้าฯ เพราะก่อนหน้านี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลทำบัญชีดำพระสงฆ์ถึง 17-18 รูป อยู่ในบัญชีฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล จึงถือโอกาสนี้มากราบเรียนความจริงว่า รัฐบาลไม่เคยขึ้นบัญชีใครเลย คนธรรมดาก็ไม่เคยขึ้นบัญชี การที่ตำรวจจะไปติดตามตรวจสอบใครนั้น ก็เฉพาะคนที่มีพฤติการณ์จะเป็นภัยต่อสังคม เป็นภัยต่อบ้านเมือง ก็ต้องติดตามตาม ส่วนพระคุณเจ้าไม่เคยมีปรากฏเลย ซึ่งท่านก็บอกให้ฟังว่า ท่านดูข่าวอยู่และได้เห็นที่ตนได้ชี้แจงตามที่ต่างๆ แล้ว ท่านเข้าใจ และบอกว่าตนไม่ต้องหนักใจอะไรในเรื่องของพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์มีเหตุผล ไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหากับบ้านเมือง เพราะฉะนั้นตนก็สบายใจแล้วที่ได้มากราบเรียนท่าน
นอกจากนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่มีพระ จ.เชียงใหม่ ออกมาปลุกระดมให้พระสงฆ์ออกมาร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ตนไม่ได้พูดถึงพระคุณเจ้าที่ไหนเป็นพิเศษ ตนเคารพนับถือพระสงฆ์ และเติบโตมาในวัด เคยบวชเรียนที่วัดสวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี ก็เข้าใจว่าพระคุณเจ้ามีเหตุผลและเชื่อว่าพระสงฆ์ทั้งหลายเข้าใจดีว่า รัฐบาลทำเพื่อชาติ ศานา พระมหากษัตริย์ ตนไม่กังวลใจเรื่องอะไร การที่มากราบนมัสการสมเด็จเกี่ยวครั้งนี้เป็นหน้าที่ที่ต้องมากราบเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านทราบเท่านั้น และไม่ได้กราบรบกวนท่านเรื่องอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้ประสานเพื่อขอความร่วมมือในการดูแลพระสงฆ์ผ่านทางมหาเถระสมาคม (มส.)
หากในวันชุมนุมจริง พบพระสงฆ์บางรูปไปร่วมชุมนุมจะประสานกับมส.หรือไม่ นายุสเทพกล่าวว่า ไม่ทำ คราวที่แล้วในเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ปี 52 ก็เห็นว่ามีพระสงฆ์ไป แต่พวกตนก็ไม่ไปทำอะไรกับพระคุณเจ้าเหล่านั้น เมื่อถามว่าหากมีการใช้กลยุทธ์ให้พระสงฆ์เข้าร่วม หรือเดินนำขบวนกลุ่มผู้ชมุนมจะดูแลแยกแยะอย่างไร นายสุเทพบอกว่า ไม่ต้องดูแลอะไร เพราะพระคุณเจ้าก็คงไม่มาก่อเหตุร้ายอะไร เราต้องเชื่อว่าท่านเป็นพระสงฆ์ มีศีลที่ต้องรักษาและปฏิบัติ ท่านคงไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำร้ายบ้านเมือง ตนไม่รู้สึกหนักใจ และไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาอะไร แต่ตนก็ยังยืนยันว่า การชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองคงไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่ถ้าพระคุณเจ้าจะรับนิมนต์มาก็ไม่เป็นปัญหาอะไรกับตน
'เฉลิม' กลับมาแล้ว เผยเผ่นกลัวปฏิวัติ
กรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 มี.ค. โดยอ้างว่ามีทหาร 3 กองร้อยจากค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งค่ายที่วัดบางบอน เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง และจับตาแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำคนเสื้อแดงนั้น
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ทางไกลจากสิงคโปร์ว่า ตนจะกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ราว 22.00 น.ด้วยสายการบินไทย เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้กลัว และไม่ได้หนีเอาตัวรอดตามที่นายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย และประธานรัฐสภา เหน็บแนม ที่ตนเดินทางไปสิงคโปร์นั้นเพราะได้ยินข่าวลือหนาหูว่าทหารจะปฏิวัติ และตนตกเป็นเป้าหมาย แต่เมื่อตรวจสอบจากแหล่งข่าวและทหารยืนยันว่า จะไม่มีปฏิวัติ และปลอดภัยแน่นอน จึงตัดสินใจกลับประเทศไทย
เรือเสื้อแดงบุกกรุงเทพฯ ทัพใหญ่เคลื่อนพล14มี.ค.
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.เขต 1 พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ตรวจสอบความพร้อมของเรือหางยาวขนาดใหญ่ ที่จอดอยู่ท่าน้ำหน้าวังจันทรเกษม จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเป็นจุดแรกของการปล่อยขบวนเรือจำนวนมาก โดยกำหนดเรือทัพหน้าเริ่มออกเดินทางช่วงบ่ายวันที่ 13 มี.ค.นี้ บางส่วน และเช้าวันที่ 14 มี.ค. ขบวนเรือทัพใหญ่กำหนดเดินทางเข้ากรุงเทพฯอีกจำนวนมาก ซึ่งจะมีเสื้อแดงร่วมในกิจกรรมยกทัพเรือเข้ากรุงเทพจำนวนมาก
นายสุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เสื้อแดงอยุธยาและเสื้อแดงภาคกลาง กำหนดนำตัวแทนพี่น้องเสื้อแดงจากทุกภาคเดินทางเข้ากรุงเทพฯด้วยเรือนานาชนิด ใช้แม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นที่ท่าเรือหลายจุดในเขตกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ท่าพระจันทร์ ซึ่งรายละเอียดเปิดเผยได้เพียงว่า บ่ายวันที่ 13 มี.ค.นี้ มีเรือจัดเป็นทัพหน้าออกไปในบางส่วน และทัพใหญ่หรือทัพหลวง จะออกเดินทางแต่เช้าวันที่ 14 มี.ค.นี้ โดยขบวนเรือเริ่มจากอยุธยา จะไปสมทบกับขบวนเรือของเมืองและชุมชนต่างๆ ที่ตั้งติดริมแม่น้ำ เช่น อ.บางปะอิน อ.บางไทร หรือจะเป็นในเขต จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี เชื่อว่าจะมีหลายชนิด ทั้งเรือขนาดใหญ่ เช่น เรือเอี้ยมจุ๊น ไปจนถึงเรือท้องถิ่นติดเครื่องด้านท้าย เช่น เรือหางยาว ไปร่วมขบวนจำนวนมาก เฉพาะหรือใหญ่ๆ น่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ลำ
นอกจากนี้ นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จริงๆ เสื้อแดงทั่วประเทศมีประสบการณ์จากการถูกขวางกั้น และล่าสุดเดินทางเข้าไปในกรุงเทพฯก่อนหน้านี้จำนวนมากแล้ว โดยเส้นทางรถยนต์และรถไฟ โดยไปพักกับลูกหลานหรือญาติๆ และเมื่อถึงวันที่กำหนด ก็เพียงสวมเสื้อแดงออกมาร่วมกิจกรรมขับไล่รัฐบาลเท่านั้น ตนเองขอท้า หากรัฐบาลเชื่อว่าเสียงดี ขอให้ยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ ดูว่าประชาชนจะเลือกใคร โดยขอให้ชูประเด็นแบบฟันธงไปเลยว่า หากรักพรรคเพื่อไทย ก็จะได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 40 หากรักพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 50 บอกตามตรง เลือกตั้งกี่ครั้งพรรคเพื่อไทยก็ชนะ และจุดนี้เองพรรคประชาธิปัตย์จะทนและทำทุกอย่างเพื่อให้คงอำนาจเป็นรัฐบาลให้นานที่สุด การหวงอำนาจแบบนี้ เป็นการทำลายประเทศชาติ
สำหรับจุดดังกล่าวอยู่หลักกม.ที่ 66 ถนนพลโยธิน ขาเข้ากรุงเทพฯ ใกล้หน้าตลาดวังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่สำคัญจุดดังกล่าวตั้งอยู่ด้านหน้าด่านจุดตรวจของตำรวจและทหาร ที่เป็นด่านขนาดใหญ่ที่ตั้งด่านขวางถนนพลโยธินขาเข้า ทั้งช่องทางด่วนและคู่ขนาน ตรงหน้าตลาดวังน้อย โดย 2 จุดดังกล่าวห่างกันเพียง 500 เมตรเท่านั้น
นางมยุรี แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า มีการเตรียมป้ายขนาดใหญ่แบบนี้จำนวนมากและธงแดงอีกจำนวนมาก ติดตั้งตามถนนขาเข้า เพื่อแจ้งถึงเพื่อนเสื้อแดงสายอีสานและภาคกลาง ที่จะเดินทางผ่านถนนพหลโยธินว่า ที่ลานจอดรถร้านอาหารครัววังน้อย เป็นที่กว้างขนาดใหญ่ จอดรถได้ และสามารถมาผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง โดยสามารถเข้าห้องน้ำสะอาด อาบน้ำ หรือแม้กระทั่งจะกินข้าวหรือข้ามต้ม เราก็มีบริการให้พี่น้อง ส่วนฝั่งรัฐ ทั้งตำรวจทหารที่ตั้งด่านอยู่ใกล้ๆ นั้น ตนเองไม่สนใจ ไม่กลัวด้วยเช่นกัน
กองทัพสั่งคุ้มเข้มสถานที่สำคัญรับม็อบแดง
พล.ร.ต.นริศ ประทุมสุวรรณ เลขานุการกองทัพเรือ กล่าววานนี้ (11 มี.ค.) ถึงการจัดกำลังของกองทัพเรือในการรักษาความปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาลศิริราชว่า ตามที่มีการมอบหมายให้กองทัพเรือรับผิดชอบพื้นที่โรงพยาบาลศิริราช กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดเตรียม 4 กองร้อยรักษาความสงบ (ร้อย รส.) ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 รักษาความสงบเรียบร้อย โดยวางกำลังรอบโรงพยาบาลศิริราช ทั้งชั้นกลางและชั้นนอก เพื่อรักษาความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เลขานุการกองทัพเรือ กล่าวต่อว่า ทาง ศอ.รส.ได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ ดังนี้ 1.ถนนพรานนก ตั้งแต่สามแยกไฟฉาย-ท่าน้ำพรานนก 2. ถนนอรุณอัมรินทร์ ตั้งแต่เชิงสะพานอรุณอัมรินทร์ -หน้าพระราชวังเดิม กองทัพเรือ 3.ถนนอิสรภาพ ตั้งแต่ถนนโพธิ์สามต้น-สถานีรถไฟบางกอกน้อย ที่สถานที่ที่กำหนดจะห้ามบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงในราช อาณาจักรเข้า-ออกจากบริเวณพื้นที่ ดังนั้น ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสอดส่องกลุ่มบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี ที่อาจทำให้เหตุการณ์เกิดความรุนแรงขึ้น
พล.ร.ต.นริศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กองทัพเรือ ได้จัดกำลังทางเรือรักษาความปลอดภัยทางน้ำตลอด 24 ชม.โดยมีฐานทัพเรือกรุงเทพ จำนวน 3 หมู่เรือ เป็นหน่วยปฏิบัติรับผิดชอบในพื้นที่ ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี สะพานพระราม 8 สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งจะรับผิดชอบกับตำรวจน้ำ และ กรมเจ้าท่า เพื่อรักษาความปลอดภัยทางน้ำให้แก่ประชาชน และ อำนวยความสะดวก การขึ้น-ลง ของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยสุจริต ปราศจากอาวุธ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ที่ โรงพยาบาลศิริราช
“เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยทางน้ำ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทาง ศอ.รส.จึงได้ประกาศให้ ท่าเรือ โรงพยาบาลศิริราช ท่าวังหลัง ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าราชนาวีสโมสร ท่าราชนาวิกสภา ท่านิเวศน์วรดิษฐ์ และ ท่าราชวรดิษฐ์ เป็นท่าเรือที่ห้ามไม่ให้ท่าอื่นใด ที่ไม่ใช่เรือโดยสารประจำท่า จอดรับส่งผู้โดยสาร หรือขนถ่ายสิ่งใดๆ ยกเว้นแต่ได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่ และกำหนดให้พื้นที่ เขตวัดอรุณราชวรราม ถึง บางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จึงขอให้เรือที่สัญจร ที่จะผ่านในพื้นที่ดังกล่าว ใช้เส้นทางชิดฝั่งพระนคร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับยับยั้ง เหตุการณ์ในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจในข้อกำหนดม.18 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร 2551 ข้อ 4” เลขานุการกองทัพเรือ กล่าว
ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) กล่าวว่า ขอชี้แจงการห้ามใช้ถนนได้แก่ 1.ถนนลูกหลวง 2.ถนนนครปฐม และ 3.ถนนคู่ขนานของราชดำเนินนอก เฉพาะบริเวณล้อมรอบทำเนียบฯ โดยจะเปิดถนนพิษณุโลก ให้ใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีถนนที่ปิดการจราจร คือ ถนนศรีอยุธยา เฉพาะคู่ขนาน ฝั่งด้านชิดกับสโมสรกองทัพบก และ ซอยสามเสน 12 ตั้งแต่ปากซอย ด้านถนนราชสีมา จนกระทั่งถึงท้ายซอย ด้านถนนสามเสน ซึ่งรวมแล้วจะมีการปิดการจราจรในถนน 2 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นไป
'จุรินทร์' ยัน ดูแลคนเจ็บทุกฝ่ายเต็มที่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข แถลงภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์สาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินว่า ที่ประชุมได้หารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดความรุนแรง โดยทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว ทั้งอ็อกซิเจน และโลหิต ทางสภากาชาดไทยเตรียมพร้อมไว้แล้ว 500 ยูนิต พร้อมกับเตรียมการในเรื่องยานพาหนะ ทั้งรถ เรือ และเฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งบุคคลากรที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ทันทีหากเกิดเหตุ โดยจะใส่ชุดขาว พร้อมติดป้ายแสดงความเป็นเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมใน 3 เรื่องคือ 1.หากพบเหตุรุนแรงให้แจ้งไปยังศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินที่เบอร์โทร.1669 และ 1646 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 2.ขอให้อำนวยความสะดวก และเปิดทางให้กับรถพยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ทุกประเภทด้วย และ 3.อำนวยความสะดวกให้นำผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุด้วย
นอกจากนี้ รมว.สาธารณสุขยังระบุอีกว่า สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการแบ่งสีของบุคคลากรทางการแพทย์ จนอาจเป็นอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยนั้น มั่นใจว่าบุคคลกรทางการแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และรักษาผู้ป่วยด้วยความเท่าเทียมกัน··
นักสันติวิธีชี้ม็อบรุนแรงอาจเกิดเหตุคาดไม่ถึง
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธี อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. นางจิราพร บุนนาค อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายมาร์ค ตามไท ผ.อ.สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง
หลังการประชุม นายมาร์ค เปิดเผยว่า ที่ประชุมเป็นห่วงว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นจาก ปัจจัยคือ 1.แม้ทั้งสองฝ่ายจะประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาความรุนแรงมักจะเกิดจากเหตุที่ไม่คาดการณ์ ดังนั้นผู้นำทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องสร้างช่องทางการสื่อสารกันโดยตรง เพื่อระงับเหตุไม่ให้บานปลาย แต่ถ้าคุยกันไม่ได้หรือไม่คุยกันก็จะเกิดปัญหาที่รับมือไม่ทัน
ส่วนปัจจัยที่ 2 คือ การควบคุมไม่ให้มีการพกพาอาวุธ ซึ่งทางรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ติดอาวุธยกเว้นหน่วยพิเศษหรือในจุดสำคัญของทางราชการ แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมนั้นเป็นการยากที่จะตรวจตราอาวุธเพราะการชุมนุมกระจายในหลายจุด และแต่ละจุดก็เป็นสถานที่เปิดโล่งสามารถเข้าได้ทุกทิศทาง ดังนั้นการตรวจตราอาวุธจึงเป็นไปได้ยาก ไม่เหมือนกับการชุมนุมรวมศูนย์อยู่ในจุดเดียวที่สามารถกำหนดทางเข้าออกเพื่อตรวจอาวุธได้ ส่วนปัจจัยสุดท้าย คือ ประชาชนในพื้นที่ที่อาจจะรำคาญผู้ชุมนุมเข้ามาทำร้ายก็อาจจะเป็นอีกชนวนหนึ่งของความรุนแรง
“สถานการณ์ที่มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ เป็นแนวโน้มที่ทำให้เกิดความรุนแรง ยอมรับว่าข้อเสนอของฝ่ายสันติวิธีอาจจะสายเกินไปในช่วงเวลานี้ ดังนั้นในอนาคตต้องมีการตกลงกันล่วงหน้าระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาสังคมว่าหากจะเกิดการชุมนุมต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไรให้ต้องยึดถือกันทั้งฝ่าย” หนึ่งในคณะทำงานด้านสันติวิธี กล่าว
มาร์คไม่ถอดใจ เรียกประชุมกอ.รมน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ. รมน. เป็นประธานการประชุม กอ.รมน.ที่ห้องประชุมงบประมาณ อาคารรัฐสภา 3 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูร รมว.มหาดไทย ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ยกเว้น พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ที่ส่ง พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา (สบ.10) เข้าร่วมประชุมแทน
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ แถลงข่าวหลังการประชุมกอ.รมน.ว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติหลังจากที่ครม.ได้ประกาศพื้นที่กทม.และปริมณฑลรวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุที่จะรักษาความมั่นคงตามกฎหมาย หลักสำคัญที่ได้มีการเน้นย้ำวันนี้คือ ภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้การชุมนุมนั้นมีผลกระทบให้สถานการณ์ลุกลาม กระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน ตรงนี้คือ ภารกิจซึ่งมีการซักซ้อมทำความเข้าใจ ส่วนแนวปฏิบัตินั้นจะยึดถือตามแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2551 ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวคิดว่าจะเป็นกติกาที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายยึดถือ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานประสานงานกับผู้ชุมนุม หรือแกนนำขึ้นมาโดยมอบให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนรี เป็นประธาน และหากเกิดเหตุหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดเหตุหรือมีความไม่เข้าใจคณะทำงานฯชุดนี้จะเข้าไปประสานกับผู้ชุมนุมเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น สำหรับลักษณะการทำงานของคณะทำงานฯชุดนี้นั้นจะมีการติดตามข่าวสารตลอดเวลา อาทิ เมื่อมีปัญหาจากการจราจรและมีการร้องเรียนจากประชาชนนั้น อาจต้องประสานกับผู้ชุมนุมว่าจะปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ หรือเปลี่ยนแผนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน เป็นต้น
เมื่อถามว่า มีการตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบศูนย์ฯนี้ตามกฎหมายและศูนย์ฯนี้จะมีคตม.และคณะกรรมการที่ปรึกษานอกเหนือจากรัฐมนตรีที่เป็นกรรการฯในที่ประชุมวันนี้อยู่แล้วด้วย เมื่อถามว่าแสดงว่าศูนย์ฯนี้แปรสภาพจากคตม. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ เพราะศูนย์ฯนี้จะเป็นผู้รับผิดชอบ จึงให้คตม.มาเป็นที่ปรึกษาด้วย
เมื่อถามว่าการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการส่วนพระองค์เพื่อถวายรายงานเมื่อต้นสัปดาห์นั้น พระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องใดบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องถวายรายงานเป็นเรื่องที่โดยมารยาทไม่ควรนำมาเปิดเผยที่นี่ ส่วนการรักษาความปลอดภัยที่โรงพยาบาลศิริราช เพราะมีกระแสข่าวว่าคนเสื้อแดงบางส่วนจะโดยสารทางเรือและใช้ท่าน้ำท่าพระจันทร์ในการเคลื่อนพลนั้น ตนก็จะดูแลเพราะเขตพระราชฐานเป็นพื้นที่ที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดอยู่แล้ว