Login
 
 

จับกระแส
โดย...ไทยภักดิ์ รักถิ่นไทย 


เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจจะมีขึ้นในวันตัดสินคดียึดทรัพย์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี






อุ่นเครื่อง


อีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงวันตัดสิน คดียึดทรัพย์ของคุณทักษิณ ที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองไว้เป็นเวลานานแล้ว ศาลได้ทำงานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งนัดวันฟังคำพิพากษาว่า คดีจะเป็นอย่างไรในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ ก่อนที่จะถึงวันตัดสินคดี มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆ มากมาย ปรากฏการณ์แปลกที่ไม่เคยเกิดก็เกิดขึ้นอย่างถี่ยิบเขย่าขวัญรัฐบาลกันใจหายใจคว่ำแทบไม่เป็นอันกินอันนอน

ความเคลื่อนไหวหลักๆ ที่ทุกฝ่ายจับตามองก็คือ ความเคลื่อนไหวของชาวเสื้อแดง ซึ่งเป็นกองเชียร์คุณทักษิณโดยตรง ได้จัดให้มีการเคลื่อนไหวมาตลอดปี 2552 เมื่อขึ้นปีใหม่ 2553 ชาวเสื้อแดงก็ยังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลา บางคราวก็เคลื่อนไหวแบบกระชับคือจับประเด็นเล็กๆ ลึกๆ มาโจมตีรัฐบาลอย่างได้ผล เช่นเรื่องที่ดินเขายายเที่ยง ซึ่งถือว่า เป็นการเคลื่อนไหวแบบกระชับได้รับการตอบรับทั้งในที่ลับและในที่แจ้งกันอย่างกว้างขวางและเห็นว่า เป็นการเคลื่อนไหวที่ได้แนวร่วมมากมาย

ชาวเสื้อแดงยังไม่ทันจะฉลองชัยเรื่องเขายายเที่ยงเสร็จ ฝ่ายรัฐบาลก็นำเรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ขึ้นมาเล่นสวนกลับทันควัน เรื่องนี้แม้ฝ่ายแดงจะไม่ใช่ผู้รับผลโดยตรง แต่มีผลกระทบต่อผู้นำของฝ่ายเสื้อแดงได้ไม่น้อย ป๋าเนาะเจ้าของเรื่องต้องเจอผลเข้าเต็มๆ ชนิดที่อาจจะต้องเข้าคุกตอนแก่หรืออย่างไรก็ไม่มีใครอาจจะล่วงรู้ได้ หรือ หากจะสืบสาวราวเรื่องกันจริงๆ จะกระเทือนถึงคุณทักษิณด้วยหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ งานนี้เรียกภาษาฟุตบอลว่า มัวบุกเพลินถูกตีโต้กลับอย่างฉับพลัน แม้จะไม่เสียประตูแต่ก็ทำเอากองหลังใจหายใจคว่ำไปเหมือนกัน

ใกล้วันตัดสินเข้ามาทุกที ทั้งคุณทักษิณและกองเชียร์ก็เคลื่อนไหวกันอย่างเต็มที่ แม้คุณโอ๊คที่สงบปากสงบคำก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ทรัพย์สินจะถูกยึดหรือไม่ว่า ตัวเองมีความรู้สึกเหมือนว่า ครอบครัวโดนปล้น พอเสียงสัมภาษณ์หลุดออกไปไม่นาน บรรดาคนเคยไล่คุณทักษิณ ก็เรียงหน้าออกมาโต้คุณโอ๊คอย่างฉับพลันว่า พวกเรามีความรู้สึกไม่ต่างจากคุณโอ๊คว่า ชาติของพวกเราถูกคุณพ่อและเพื่อนๆ คุณพ่อของคุณปล้นไปนับไม่ถ้วนเหมือนกันนะ

คุณทักษิณเองก็ได้พูดทางรายการวิทยุออกมาล่าสุดว่า ถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม จะต้องสู้จนแผ่นดินกลบหน้า นับเป็นการแสดงความมุ่งมั่นที่จะสู้กับฝ่ายที่จะยึดทรัพย์ไป ซึ่งสอดคล้องกับคุณวีระ มุสิกพงศ์ หัวหอกคนสำคัญของคนรักคุณทักษิณได้กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำวันที่ชุมนุมหน้ากกต.ว่า วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลจะตัดสินยึดทรัพย์หรือไม่ยึดทรัพย์คุณทักษิณนั้น เสื้อแดงจะไม่ไปชุมนุม จะยึดก็ยึดไป แต่จงจำไว้ว่า เสื้อแดงจะต่อสู้จนถึงวันฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินแล้ว ทรัพย์สินที่ยึดไปทุกบาททุกสตางค์ต้องนำมาคืนคุณทักษิณพร้อมดอกเบี้ย คุณทักษิณรอหน่อย นอกจากจะไม่เสียทรัพย์สินไปสักบาทแล้วยังจะได้ดอกเบี้ยคืนมาอีก

นี่เป็นความหวังของแกนนำที่เป็นมิตรแท้ของคุณทักษิณ ที่กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับคณะรัฐประหาร จนกระทั่งถูกยุบพรรค แล้วคนใกล้ชิดคุณทักษิณในอดีตหนีห่างไปหลายคนแล้ว ตามคติที่ว่า หมาตายเห็บก็โดดหนี แต่ไข่มุกดำเม็ดนี้ ยังคงฝังอยู่กับคุณทักษิณอย่างมั่นคง

สถานการณ์ทั่วไป การก่อกวนรัฐบาลดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันอุจจาระแตก คือ เลียนแบบวันเสียงปืนแตก โดยวันเหม็นคืนเหม็นบ้านท่านนายกรัฐมนตรีถูกลูบไล้ไปด้วยอุจจาระจากมือลึกลับที่คนปาก็ไม่กล้าดมกลิ่น อันทำให้โฆษกรัฐบาลสันนิษฐานว่า เป็นการจ้างวานจากคุณทักษิณด้วยราคาถึงสามล้าน แต่สุดท้ายพอจับคนปาอุจจาระได้จริงๆ โฆษกรัฐบาลก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เป็นฝีมือหนุ่มมอเตอร์ไซค์ธรรมดาที่เกลียดท่านนายกรัฐมนตรีจนทนไม่ไหว ถึงกับต้องเก็บสะสมอุจจาระของตนเองไปปาบ้าน แลกกับลหุโทษนอนห้องขังกินข้าวฟรีห้าคืน

เมื่อหาคนปาอุจจาระได้แล้ว ต่อมาไม่กี่วันก็มีคนนำเอาระเบิดไปซุกไว้ข้างศาลฎีกา คราวนี้ลึกลับจริงๆ ป่านนี้ยังหามือที่กล้าพกระเบิดไปวางไว้ที่ข้างศาลฎีกาไม่พบ มีแต่การสันนิษฐานกันว่า ระเบิดแบบนี้ ไม่มีในท้องตลาดมีแต่ในกองทัพเท่านั้น จะเป็นใครเสียมิได้นอกจากคนที่อยู่ในกองทัพ เพียงแต่คนในกองทัพมีมากกว่า เสธ.แดงและบิ๊กป๊อก จึงยังควานหาตัวมือซนคนนี้ไม่พบ

ห่างออกมาอีกไม่นาน ก็มีการยิงเอ็มเจ็ดสิบเก้าข้างพานิชราชดำเนิน งานนี้ก็ไม่มีใครทราบเหมือนเดิมว่า ใครเป็นผู้ยิงเพราะส่วนมาก คนที่จะยิงเอ็มเจ็ดสิบเก้าหรือวางระเบิดกลางกรุงหรือทั่วประเทศ ล้วนเป็นจอมขมังเวทย์ที่หายตัวได้ ไม่มีใครเคยจับตัวได้เลย นับตั้งแต่ที่เคยวางระเบิดกลางกรุงถึงเก้าจุดเป็นต้นมา

งานนี้ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ถือสิทธิ์ด่าท่านนายกรัฐมนตรีฟรีได้ทั้งในและนอกสภา จนท่านนายกรัฐมนตรีเองเคยสวนกลับว่า โกหกเป็นนิตย์จนเชื่อว่า สิ่งที่ตนเองโกหกนั้นเป็นจริง ฟังแล้วก็งงๆ เหมือนกันนะ คุณจตุพรเปิดแถลงข่าวเป็นตุเป็นตะว่า ที่ระเบิดมาตกข้างๆ พานิชราชดำเนินนั้น ไม่ใช่เป็นการยิงข่มขู่หรือมุ่งร้ายใคร แต่เป็นการยิงวัดระยะว่า ถ้าชาวเสื้อแดงตั้งเวทีในบริเวณนั้นจะยิงอย่างไรให้ระเบิดตกกลางเวที เพื่อสังหารแกนนำทั้งหมดเสียคราวเดียว

คุณจตุพร พูดเป็นจริงเป็นจังได้น่ากลัวไม่น้อย แล้วก็ตบท้ายว่า เหตุการณ์ร้ายๆ ทั้งหลายที่ทยอยเกิดไม่หยุดในขณะนี้ มาจากการกระทำของรัฐบาลเป็นการสร้างสถานการณ์ว่า เสื้อแดงสร้างความรุนแรงแล้วจะได้ใช้ความรุนแรงปราบเสื้อแดง คุณจตุพรแถลงข่าวอย่างมั่นใจ พร้อมกับยืนยันว่า ไม่กลัวรัฐบาลพร้อมจะแก้ทางและแก้เผ็ดรัฐบาลเอาไว้แล้ว

ล่าสุดคุณจตุพรได้รับแผนการรับมือเสื้อแดงจากสายลับระดับบิ๊ก ที่ไปนั่งร่วมประชุมกับรัฐบาลมาให้ปึกหนึ่ง คุณจตุพรกลัวว่า ประชาชนจะไม่รู้เลยมาประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาลว่า มีกองกำลังในจุดไหนบ้าง แถลงไปด่าไป และยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้แผนปราบแบบหกตุลา 19 แต่คุณจตุพรก็ไม่กล้าพูดว่า เหตุการณ์หกตุลานั้น คนที่คุณจตุพรและคุณณัฐวุฒิเทิดทูนนักหนา มีส่วนในการสังหารหมู่กลางกรุงคราวนั้น

ลักษณะเด่นของนักการเมืองที่จัดเจนเวที จะนำเอาความจริงบางส่วนที่พูดแล้วตนได้เปรียบมาเสนอต่อสาธารณะ และพูดได้ทุกเรื่องที่จะชนะฝ่ายตรงกันข้าม คุณจตุพรรู้ดีว่า รัฐบาลเตรียมปราบหนักหนาอย่างไร แต่คุณจตุพรไม่เคยคิดว่า ถ้าเตรียมอย่างนี้การบาดเจ็บล้มตายต้องเกิดขึ้น คุณจตุพรดึงดันจะมาสู้ให้ได้ ทำไมไม่คิดว่า เราจะพาคนมาตายหรือบาดเจ็บทำไมทั้งๆ ที่รู้ล่วงหน้า

ความเคลื่อนไหวทวงความเป็นธรรมที่คุณจตุพรพูด ทั้งในและนอกสภาเป็นที่รับรู้และได้ยินได้ฟังกันหมดแล้ว อะไรจริงอะไรเท็จล้วนเป็นที่ประจักษ์ เหลือเพียงอย่างเดียวยังไม่เปลี่ยนความคิดที่ว่า กูมีหน้าที่สร้างความวุ่นวาย มึงมีหน้าที่รักษาความสงบ มาเป็น ทั้งกูและมึงมาร่วมมือช่วยกันสร้างความสงบกันดีไหม

หลังจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีของแถมเป็นระเบิดติดมาด้วย ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศเสี่ยงภัยอันดับสิบของโลก ซึ่งมีประเทศอิรักครองอันดับหนึ่ง นี่คือผลจากความเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายของฝ่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่องที่เห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ประเทศชาติ

เมื่อประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศเช่นนี้ ก็กระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวเข้าอย่างจัง เงินหมุนเวียนต่างๆ ก็ต้องหดหายไปทันที กว่าจะเรียกความเชื่อมั่นคืนมาต้องใช้เวลาไปเท่าไรก็ไม่มีใครรู้

เรื่องการยึดทรัพย์ก็เก็งกันไปต่างๆ นานาว่า น่าจะยึดทั้งหมด หรือน่าจะยึดบางส่วน หรือ ยกคำร้องคืนทรัพย์ให้คุณทักษิณไปทั้งหมด คำตัดสินจะลงเอยอย่างไร ต้องรอกันจนถึงวันตัดสิน แต่ก่อนที่จะรู้ผลว่าเงินหกหมื่นเจ็ดพันล้านจะไปไหนแน่ อย่าให้เงินเป็นแสนล้านที่จะไหลเข้าสู่ประเทศไทยต้องหายไปด้วย ช่วยๆ กันคิดหน่อย หากช่วยประเทศให้ดีขึ้นไม่ได้ ช่วยกันทำของง่ายสักอย่างได้ไหม นอนอยู่กับบ้านหรือทำงานอยู่กับท้องถิ่นสักสามเดือน นอกจากจะไม่มีการบาดเจ็บล้มตายหมู่ดังที่คาดกันไว้ แล้วเศรษฐกิจก็จะดีขึ้นทุกทาง

อย่าทำสิ่งยากๆ เสี่ยงเจ็บเสี่ยงตายกันอีกเลย ทำสิ่งง่ายๆ สบายๆ ให้ประเทศชาติเจริญดีกว่า...

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :