ขณะเดียวกันพระองค์ตรัสว่า แม้บุคคลนั้นจะเกิดในตระกูลสูงแต่เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาท มีความเห็นถูกต้อง ย่อมเป็นคนดีได้มิใช่ว่าเกิดในตระกูลสูงแล้วต้องเป็นคนเลวเสมอไป
พระองค์ทรงชี้ตรงนี้ ว่าการกระทำทางกาย วาจา และใจของมนุษย์ จะเป็นเครื่องวัดความดี ความชั่ว ความสูง ความต่ำ ของมนุษย์ไม่ใช่ชาติกำเนิดเป็นเครื่องชี้วัดตัดสินมนุษย์
มนุษย์ทุกคนหากประกอบกรรมดีทางกายวาจาใจอยู่มุมไหนของโลกก็เป็นคนดีเหมือนๆกัน ไม่จำกัดว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อ สี ผิว ใดๆ
ในทางตรงกันข้าม มนุษย์คนใดก็ตาม อยู่ที่ไหนก็ตาม หากประกอบกรรมชั่วทางกาย วาจา และใจ อยู่ที่ไหน เพศใด อาชีพใด ชาติใด ศาสนาใดๆ ผิวสีอย่างไรก็ย่อมเป็นคนชั่วทรามคนต่ำช้าโดยไม่มีข้อยกเว้น
พระพุทธเจ้าจึงเป็นนักต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของโลกคนแรก หรือหากแม้ไม่ใช่คนแรกก็เป็นคนต้นๆ เพราะพระองค์เห็นความไม่เสมอภาคของการแบ่งชนชั้นมานาน
ในสมัยที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่นั้น นอกจากคนจะแบ่งแยกกันเรื่องวรรณะว่าสูงต่ำโดยถือการแต่งงานของพ่อแม่และชาติกำเนิดมาเป็นเครื่องแบ่งแยกแล้วยังแบ่งชนชั้น โดยใช้สถานะทางเศรษฐกิจมาเป็นเกณฑ์ในการแบ่งอีก คือแบ่งว่า คนรวยเป็นคนดี คนจนเป็นคนเลว ในเรื่องนี้พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสไว้ว่า คนจะดีเพราะมีโภคะมากก็หามิได้ หรือคนจะเลวเพราะมีโภคะมากก็หามิได้
แต่หากใครแม้มีโภคะมากประพฤติชั่วทางกาย วาจา และใจโดย ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ โลภ พยาบาท เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม ย่อมเป็นคนชั่วคนต่ำทรามตามการกระทำนั้น
ในทางตรงกันข้ามแม้มีทรัพย์มากแต่ประพฤติชอบด้วยกายวาจาและใจคือเว้นจาก การฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ เห็นถูกเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนดีคนสูงตามการกระทำนั้น
มองตามกรอบของพระพุทธศาสนาแล้ว คนจน คนรวย มีสิทธิที่จะเป็นคนดีได้เท่าเทียมกัน เมื่อตั้งใจกระทำความดีทางกายวาจาและใจ และขณะเดียวกันคนรวยหรือคนจนก็มีสิทธิที่จะเป็นคนเลวได้เท่ากัน ถ้าหลงผิดไปประกอบกรรมชั่วทางกายวาจาและใจ
ความดีความชั่วตามพุทธทัศนะจึงมิได้อยู่ที่สถานะ หรือชาติกำเนิดแต่อยู่ที่การกระทำทางกายวาจาและใจ มนุษย์ทุกคนจึงมีความเสมอภาคกันในการเป็นคนดีหรือชั่วพอๆ กัน ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดีให้ชั่วก็คือ รู้จักความชั่วแล้ว หลีกเลี่ยงหรือยุติการทำชั่ว พูดชั่วคิดชั่วโดยเด็ดขาด
เขียน 12 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 8.15 น. ตรวจทานแก้ไข 23 สิงหาคม 2548 เวลา 10.22 น.
...............................................
พุทธวิถี
พุทธประวัติ พุทธสิกขา พุทธจริยวัตร พุทธภาวนา พุทธกิจ พุทธธรรม พุทธปัญญา
ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ได้กรุณามอบหนังสือ “พุทธวิถี” ที่ท่านได้เขียนขึ้นและจัดพิมพ์เป็นอาจาริยบูชาฉลองร้อยปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ และฉลอง 95 ปีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เมื่อปี 2548 ให้ไทยทาวน์ฯ ได้นำมาตีพิมพ์เผยแพร่เป็นวิทยาทานแด่ผู้อ่านชาวไทยในอเมริกา โดยเนื้อหาของพุทธวิถีนั้น ดร.พระมหาจรรยา ระบุเอาไว้ในคำนำว่า เขียนขึ้นโดยใช้ข้อมูลหลักจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย และหนังสือต่างๆ ที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าด้วยความประทับใจ แล้วนำมาพิจารณาเสนอในมุมมองของท่าน โดยปรารถนาให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องของพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง เหมือนนั่งล้อมวงสนทนาเรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องธรรมะอย่างร่าเริง ไม่เคร่งเครียด โดยไทยทาวน์ฯ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ในความกรุณาของท่านมา ณ โอกาสนี้
...............................................