การสนับสนุนในระยะแรกนั้น เป็นไปในรูปของเงินทุนช่วยเหลือโครงการต่างๆ จากงบประมาณของรัฐบาล กระจายไปยังองค์กรหลักๆ ที่มีผลงานเด่นชัด สม่ำเสมอ และตรงกับความต้องการของชุมชนไทยที่สุด เช่น สนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพของศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกเฮลท์แคร์เวนเจอร์, กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ของศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชน, กิจกรรมพัฒนาชุมชนและแนะแนวอาชีพของศูนย์ส่งเสริมชาวไทย เป็นต้น
จากงบประมาณของรัฐบาลไทย แม้จะก้อนไม่เล็กนัก แต่เมื่อแปลงเป็นเงินดอลลาร์ และต้องกระจายไปยังองค์กรหลักๆ ของชุมชน 3-4 แห่งดังที่กล่าว ย่อมเหลือเป็นยอดเงินไม่มากนัก
ดังนั้น เราจึงมองว่าความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยที่ผ่านๆ มา ได้ผลในเรื่องของการแสดงออกซึ่งความขอบคุณ เป็นการให้กำลังใจแก่คนที่ทำงานเพื่อสังคมไทยมากกว่าจะมีผลในด้านอื่น...
แต่หากจะมองในแง่ที่ว่า องค์กรเอกชนในลอส แอนเจลิส หรือเมืองใกล้เคียงที่มีมากมายกว่า 50 องค์กรนั้น หากตัดองค์กรที่มีแต่ชื่อ หรือองค์กรที่เน้นความบันเทิงเฉพาะกลุ่มตัวเองออกไปแล้ว จะเหลือองค์กรเอกชนที่ทำประโยชน์ต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10-15 องค์กร บางแห่งเน้นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในเมืองไทย บางแห่งเน้นทำงานด้านการศึกษา บางแห่งเน้นจัดงานหารายได้ช่วยผู้ประสบภัยที่เกิดขึ้นเป็นระยะ บางแห่งเน้นการทำงานช่วยเหลือในเชิงธุรกิจ บางแห่งเน้นการทำงานส่งเสริม-เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีไทย ฯลฯ ซึ่งองค์กรไทยที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของชมรม และสมาคมเหล่านี้ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพลังแห่งความเสียสละของเหล่าสมาชิก ที่อุทิศทั้งเวลา แรงกายและเงินทุนให้สังคมอย่างน่ายกย่อง
พวกเขาเหล่านี้ สมควรได้รับการยอมรับ และคำขอบคุณจากรัฐบาลไทยด้วยเช่นเดียวกัน...
วันนี้ กงสุลใหญ่ฯ ดำรง ใคร่ครวญ ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย กำลังแสดงความขอบคุณองค์กรเหล่านั้น โดยใช้แนวทางใหม่ที่เชื่อว่าจะทำให้องค์กรเอกชนในลอส แอนเจลิส มีประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อรับใช้ชุมชนมากขึ้น นั่นคือพยายามให้เกิด “คอนเน็กชั่น” ระหว่างองค์กร กับประชาชนชาวไทยในลอส แอนเจลิส ผ่านงานใหญ่ “ตลาดนัดองค์กรพบปะชุมชนไทย” ที่โรงแรมลินคอล์นพลาซ่า ในวันที่ 14 มีนาคม
ในงานนี้ ทุกองค์กรที่ทำงานเพื่อชุมชน จะมาเปิดบูธแสดงนิทรรศการย่อยๆ เพื่อบอกกล่าวให้ทราบว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนในด้านใดได้บ้าง ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้แสดงออกซึ่งความขอบคุณ ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมของแต่ละองค์กรพร้อมกันไปด้วย จะเป็นในรูปของการอาสาสมัครช่วยงาน เป็นสมาชิก บริจาคเงิน ประมูลสินค้า หรืออื่นใดก็แล้วแต่
กงสุลใหญ่ฯ ดำรง ใคร่ครวญ มองว่าคนไทยในลอส แอนเจลิส หรือคนไทยในอเมริกาทั้งหมด จำเป็นต้องเปลี่ยนลักษณะทางสังคมที่ต่างคนต่างอยู่ และหันมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้มากขึ้น เพราะคนไทยเรายังไม่มีองค์กรขนาดใหญ่ มีอำนาจต่อรองสูงคอยดูแลผลประโยชน์ให้เหมือนเช่นองค์กรของชาวยิว ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น ฯลฯ ที่สามารถต่อรองหรือล็อบบี้ เพื่อผลประโยชน์ของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในรัฐบาลส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น
กงสุลใหญ่ฯ เชื่อว่า หากสามารถสร้าง “คอนเน็กชั่น” ระหว่างประชาชน องค์กร รวมถึงหน่วยงานของรัฐได้สำเร็จ ก็จะนำมาซึ่งการทำงานร่วมกันเป็นทีม อันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำมาซึ่งความแข็งแกร่งของชุมชนไทยได้ในอนาคต
กับวัตถุประสงค์ที่ว่า ทำให้เราหวังว่า “ตลาดนัดองค์กรพบปะชุมชนไทย” ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ จะเป็นการจัดงานครั้งที่หนึ่ง ที่จะมีครั้งที่สอง สาม สี่ ฯลฯ ต่อไปเรื่อยๆ...