Login
 
 

นานาความคิด
โดย พรชัย ภู่โสภา
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
ลอส แอนเจลิส

มรดกไทยมากด้วยคุณค่ารถม้าพระที่นั่ง

เมื่อเอ่ยถึงรถม้า แทบจะทุกคนจะคิดถึงและพูดถึงรถม้าลำปาง ความจริงรถม้าธรรมดาทุกๆ คนในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองคงพอจะเห็นกันบ้าง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และชานเมือง มีแขกกลุ่มหนึ่งมาปลูกเพิงตั้งคอกเลี้ยงแพะริมถนนประชาราษฎร์ ใกล้ๆ กับสามแยกเตาปูน มีอยู่ด้วยกันประมาณสัก 20 หลัง พอรถผ่านบริเวณนั้นจะได้กลิ่นสาบของคอกสัตว์ เช่นเดียวกันกับนั่งรถไฟสายใต้ ออกจากกรุงเทพฯไปได้สักพัก จะได้กลิ่นสาบคอกเป็ด นั่นหมายถึง สถานีรถไฟนครปฐม

               พวกแขกที่ว่า เขามีรถม้ากันแทบทุกครัวเรือน เพราะจะต้องออกไปเก็บเกี่ยวหญ้าขนแถบจังหวัดนนทบุรี มาให้พวกแพะกินโดยเฉพาะไหล่ถนนพิบูลสงคราม ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในสมัยนั้นรถราแทบจะไม่มีวิ่งกันบนถนนดังกล่าวเลย เพราะเป็นถนนดินแดง มีสะพานไม้ข้ามคลอง รถม้าจึงสะดวกมาก แต่ก็ใช้สำหรับออกมาวิ่งเพื่อบรรทุกหญ้าเท่านั้น

                รถม้าลำปางสร้างเอกลักษณ์จังหวัด

                ความจริงรถม้าลำปางนั้น มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยรถม้าคันแรกได้ถูกสั่งตรงไปจากกรุงเทพฯ โดยเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย ซึ่งในสมัยนั้นการคมนาคมขนส่งในจังหวัดลำปางยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่มีรถยนต์ การเดินทางไปไหนมาไหน ก็ต้องใช้แรงงานสัตว์เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่า วิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดก็คือ รถม้า

                ต่อมาการเพิ่มจำนวนของรถม้าในลำปางค่อยๆ ทวีคูณขึ้น เนื่องจากในกรุงเทพฯ มีการใช้รถยนต์มากขึ้น รถม้าทั้งหลายจึงออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดลำปาง และยังมีกระจัดกระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ เช่น นครศรีธรรมราช ในภาคใต้, นครราชสีมา ในภาคอีสาน, เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน และ แม่ฮ่องสอน ในภาคเหนือ แต่ด้วยเหตุผลกลใดมิอาจเดา รถม้าในหัวเมืองต่างๆ ค่อยๆ เลิกวิ่งไป จนเหลือเพียงที่ลำปางเพียงแห่งเดียว

                พระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 4 รถม้าพระที่นั่งล้ม

                ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้รถม้าเป็นรถพระที่นั่ง สำหรับใช้ยาตราทางบก ซึ่งในจดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขา เล่าว่า

                “ณ วันอังคาร ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 10 มีเหตุบังเกิดขึ้น เป็นที่ตกใจมากในพระบรมมหาราชวัง เวลาบ่ายวันนั้น ข้าฯ ออกไปดูทุ่งนาที่ท้องสนามหลวง ตัวข้าฯ ขี่ม้าออกไป แต่ลูกข้าฯ 4 คน คือ ยิ่งเยาวลักษณ์ ทักษิณชา โสมาวดี ชายจุฬาลงกรณ์ ไปบนรถม้าที่ข้าฯ เคยขี่ ครั้นไปถึงท้องสนามหลวง ลงดูนาดูสวนที่นั่นแล้ว เมื่อตอนกลับ ข้าฯ ไปขึ้นรถม้ากับลูก 4 คนด้วย ขับรถม้ากลับมาแล้ว หาได้เข้าประตูวิเศษไชยศรีไม่ เลยลงไปดูการทำงานที่โรงทานนอก แลดูที่ป้อมอินทรังสรรค์ จะก่อแท่นเป็นที่ยิงปืน ไปหยุดที่โน่นนานจนเย็นจวนค่ำ...”

                อนึ่ง ความในพระราชหัตถเลขาว่า แถบสายถือคล้องเหนี่ยวประวินที่ปากบังเหียนม้านั้นเปื่อยชำรุดไม่มีใครรู้ ประกอบกับทางเสด็จมีทหารยืนแถว เป่าแตร ตีกลอง ก็เลยทำให้ม้าวิ่งกรรโชกเร็ว และเสียหลัก สายถือบังคับขาด ทำให้รถม้าเฉ และเกิดอุบัติเหตุขึ้นดังกล่าว

                จากข้อความในพระราชหัตถเลขานั้น มีการสันนิษฐานว่า รถม้าพระที่นั่งที่ล้มนั้น คงจะเป็นรถม้าชนิดสองล้อ เพระาเพียงแต่กงล้อข้างซ้ายปีนขึ้นไปบนแท่นอิฐ หลังคาประทุนรถโดนกับรั้วเท่านั้น ก็ล้มแล้ว แสดงว่าการสร้างรถม้าสมัยก่อนยังไม่ได้คำนึงถึงน้ำหนักนั่ง ไม่มีการทรงตัว เมื่อไปถูกเกี่ยวก็จะล้มเพราะฐานโคลงเคลง และในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้นเอง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนสำหรับให้รถม้าวิ่งได้ถึง 3 สาย คือ ถนนเจริญกรุง (ทั้งตอนในและตอนนอกกำแพงพระนคร) ถนนบำรุงเมือง และถนนเฟื่องนคร

                ตราไปรษณียากรชุดรถม้าพระที่นั่ง

                เมื่อผู้เขียนเห็นตราไปรษณียากรชุดรถม้าพระที่นั่ง อยากจะร้องอุทานมาดังๆ “มีรถม้าพระที่นั่งด้วยหรือ” ใช่แต่ผู้เขียน อายุที่ปาเข้าไปใกล้จะแปดสิบ ยังไม่เคยทราบ ไม่เคยรู้ และไม่เคยเห็น และท่านผู้อ่านละ เคยรู้ เคยเห็นรถม้าพระที่นั่งมาก่อนหรือเปล่า

                แน่ละ ในเรื่องของรถม้า ดังได้กล่าวตั้งแต่ต้น เคยเห็นรถม้าของแขกย่านสามแยกเตาปูน มาเก็บเกี่ยวหญ้าขนริมถนนพิบูลสงคราม เพื่อนำไปให้แพะกิน เมื่อสัก 66 ปีก่อน หรือหลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่กี่ปี

                ส่วนรถม้าพระที่นั่ง ก็เคยเห็นจากโทรทัศน์มาเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง เป็นการพระราชพิธีของประเทศอังกฤษเขา และจากนั้นก็ไม่เคยเห็นที่ไหนเลย จนมาวันที่ 7 ตุลาคม 2552 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้จัดทำตราไปรษณียากรชุดรถม้าพระที่นั่ง 4 แบบ 4 ดวง ออกบริการนี่แหละ จึงได้รู้ว่า ประเทศไทย ก็มีรถม้าพระที่นั่งกับเขาด้วยเหมือนกันนะ

                การจัดหาม้ามาเทียบรถม้าพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 5

                รถม้าเริ่มเข้าสู่ประเทศไทย ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่เนื่องจากมีราคาแพง จึงไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายนัก จะมีใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินกลับจากทรงเยือนยุโรป ในปีพุทธศักราช 2440 หรือเมื่อ 112 ปีที่แล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดหาม้ามาเทียบรถม้าพระที่นั่ง แล้วจึงเริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีพระราชดำริให้สร้างโรงม้าหลวงขึ้นที่พระราชวังดุสิต เพื่อความสะดวกในการใช้รถม้า

                ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รถม้าเป็นที่นิยมมากขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมพระอัศวราช ซึ่งเดิมเรียกว่า กรมม้าขึ้น ให้ทำหน้าที่จัดหาม้า บำรุงรักษา และดูแลรถม้าพระที่นั่ง โดยใช้พื้นที่ของราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้านางเลิ้งปัจจุบัน ซึ่งยังปรากฏอาคารที่ทำการพระอัศวราชอยู่

                รถยนต์มีความสะดวกรักษาง่าย รถม้าพ่ายความนิยม

                ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เริ่มมีรถเข้ามาใช้ จึงมีความสะดวกสบาย และดูแลรักษาง่ายกว่า จึงทำให้รถม้าเริ่มเสื่อมความนิยมลง จนแทบไม่ได้นำออกมาใช้งานอีกเลย

                รถม้าพระที่นั่ง ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้นำมาจัดสร้างเป็นดวงตราไปรษณียากร ชุดที่เห็นนี้ เป็นรถม้าพระที่นั่งที่ใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งในปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่อาคารรถม้าพระที่นั่ง 1 และ 3 ในบริเวณพระราชวังดุสิต

                ตราประทับที่ระลึกตราไปรษณียากรชุดรถม้าพระที่นั่ง

                เพื่อให้การสะสมตราไปรษณียากร และส่งเสริมตราประทับที่ระลึกให้เป็นการสมบูรณ์กับในวันแรกจำหน่าย โดยเฉพาะตราไปรษณียากรรถม้าพระที่นั่ง วันที่ 7 ตุลาคม 2552 โดยสุเมธนันตฐ์ ธีรสิทธิรางกูร (บ.ไปรษณีย์ไทย จก.) เป็นผู้ออกแบบตราประทับที่ระลึกชุดนี้ โดยนักสะสมสามารถรอรับประทับตราได้ในวันแรกจำหน่ายเท่านั้น จะขอรับการประทับตราที่ระลึกด้วยตนเอง หรือจะส่งสิ่งสะสมที่ต้องการจะประทับตราได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ (เท่าที่ระบุชื่อไปรษณีย์ไว้เท่านั้น)

                                                                รถม้าพระที่นั่งนี้                  สง่า งามเอย

                                                มรดกทรงคุณค่า                                   คู่ไว้

                                                แสตมป์น้อยตระการตา                      เตือนสู่ ตาแล

                                                พลังชนอนุรักษ์ให้                              มั่นได้ไทยเขษม

                                                                                                                (พรโสภา ร้อยกรอง)



ตัวอย่างตราประทับที่ระลึกตราไปรษณียากรชุดรถพระที่นั่ง
             ที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย

(ป.ณ.บางกอกน้อย 10700)

กรุงเทพฯ จำนวน 1 แบบ




ที่ทำการไปรษณีย์บางขุนเทียน

(ป.ณ.บางขุนเทียน 10150)

                 กรุงเทพฯ จำนวน 1 แบบ



ตราไปรษณียากรชุดรถม้าพระที่นั่ง Royal Carriage Postage Stamps



นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :