นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดแถลงข่าวที่ไทยแลนด์พลาซ่า ถนนฮอลลีวูด เมื่อค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถึงการเดินทางมาปฏิบัติราชการในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ว่า มีวัตถุประสงค์หลักคือการสร้างความร่วมมือและพยายามยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยได้พบกับ นายรอน เคิร์ค ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และตัวแทนจากองค์กรภาคเอกชนของสหรัฐฯ หลายองค์กรเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อหารือเรื่องการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในเรื่องความคืบหน้าด้านการแก้ไขปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ซึ่งตนเชื่อว่าจะทำให้สหรัฐฯ ถอดประเทศไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามมองเป็นพิเศษ (Priority Watch List หรือ PWL) อันเนื่องจากปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ได้ในเร็ววันนี้
“ในปีนี้ โอกาสที่ไทยจะหลุด PWL สูงมาก ภายใต้นโยบายและการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลได้ยกระดับนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติ โดยมติคณะรัฐมนตรี มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ มีนายกฯ เป็นประธาน มีสถิติการป้องกันปราบปรามเพิ่มขึ้น 75 เปอร์เซ็นต์ถ้าเทียบจากปีที่แล้ว นอกจากนั้นยังสร้างนวัตกรรมทางนโยบายในการบริหารคู่ขนานไป เรียกว่า นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปรียบเหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน ได้รับการยกย่องจากวงการทรัพย์สินทางปัญญาโลกว่าเป็น ไทยแลนด์โมเดล เป็นตัวอย่างของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย และทำให้นิตยสารของอังกฤษ เลือกผมเป็น 1 ใน 50 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกในด้านทรัพย์สินทางปัญญา องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ทางการและเอกชนสหรัฐฯ มั่นใจว่าไทยกำลังพัฒนาเรื่องของการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาจนก้าวหน้า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะสหรัฐฯ ใช้ประเด็นนี้ มาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาสถานะของประเทศคู่ค้า และโยงไปถึงสิทธิพิเศษทางภาษีต่างๆ ด้วย และเท่าที่ผมประเมินจากการเดินทางมาครั้งนี้ จากการพบกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือภาคเอกชน ผมคิดว่ามีโอกาสสูงมากที่เราจะพ้นจาก PWL”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า การเดินทางมาสหรัฐฯ ครั้งนี้ ยังมีการเสนอให้สหรัฐฯ แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องทางการค้าต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าสามชนิด คือกุ้งแช่แข็ง ถุงพลาสติก และเครื่องประดับเงิน ด้วย
ส่วนการเดินทางมาลอส แอนเจลิส ในช่วงวันที่ 2 และ 3 กุมภาพันธ์นั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เป็นการเดินทางมาพบผู้บริหารของบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวูด เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยและสหรัฐฯ โดยได้พบกับผู้บริหารของธนาคาร เนชั่นแนล แคลิฟอร์เนีย แบงกิ้ง เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือในด้านเงินทุนกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์, พบกับผู้บริหารของวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ และผู้สร้างภาพยนตร์อีกหลายราย
“ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มองว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สามารถสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างธุรกิจให้ไทย อีกทั้งภาพยนตร์ยังเป็นเหมือนทูตวัฒนธรรม ทูตทางเศรษฐกิจ ในการสร้างชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และส่งเสริมการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างกันของผู้สร้างภาพยนตร์ทั้งสองประเทศ จึงเป็นเหมือนปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาส” นายอลงกรณ์ พลบุตร กล่าว
ทั้งนี้ รมช.พาณิชย์กล่าวด้วยว่า การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยและสหรัฐฯ นั้น มีทั้งการร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่น (ภาพยนตร์การ์ตูน) หรือเชิญชวนให้ไปถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย หรือใช้บริการด้านเทคนิคพิเศษ (สเปเชียลเอฟเฟกซ์) ต่างๆ เพราะความสามารถของบุคลากร รวมถึงความทันสมัยของอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ นั้น ถือว่าไทยเป็นที่หนึ่งในเอเชีย
นอกจากนั้น อีกหนึ่งภารกิจที่นายอลงกรณ์ พลบุตร กำลังพยายามผลักดันก็คือ การขอให้เหล่าผู้สร้างภาพยนตร์ในสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน โทนี่ จา ดารานักบู๊ชื่อดังของไทยเข้าสู่วงการภาพยนตร์ของฮอลลีวูดด้วย โดยกล่าวว่า โทนี่ จา คือตัวแทนของมวยไทย และตัวแทนของประเทศไทย หากได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวูด ก็จะทำให้มวยไทยหรือประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น เหมือนเช่นที่คนทั่วโลกรู้จักเกาะมาดากัสก้า ผ่านภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Madagascar ของค่ายดรีมเวิร์ค.