Login
 
 

ข่าวคนไทยในอเมริกา
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์


เกสร ยิ้มแย้มแจ่มใสกับลูกสาวสองคน ในพิธีแต่งงานของลูกสาวคนโต

รายงานการต่อต้านการค้ามนุษย์ ฉบับที่ 4 : "เกสร" เหยื่อผู้ไม่เคยยอมแพ้


คุณเกสร เป็นคุณพ่อที่มีภาระต้องดูแลลูกสาวสองคน จึงต้องทำงานหนัก ไม่ว่าจะรับจ้างทำงานในไร่หรือทำงานก่อสร้าง เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดได้ไปวันๆ

เขาเป็นคนจากภาคอีสาน ซึ่งเป็นดินแดนที่มีหญิงชายจำนวนมาก ได้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ เนื่องจากภาคอีสานเป็นภาคที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความแห้งแล้ง ไม่อุดมสมบูรณ์ ทำให้คนอีสานต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตอย่างยากลำบาก ผลผลิตที่ได้มักไม่เพียงพอต่อการยังชีพของครอบครัว ดังนั้นทั้งชายหญิงเป็นจำนวนมากจึงต้องหารายได้เพิ่มเติม โดยการรับจ้างทำงานสองถึงสามงานเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว 
              คุณเกสรก็เป็นคนหนึ่งซึ่งเคยตกอยู่ในสภาพนั้น ในอดีตคุณเกสรมีรายได้เพียง 5,000 บาทต่อเดือน ด้วยรายได้เพียงแค่นี้ ทำให้คุณเกสรสงสัยและกังวลว่าเขาจะสามารถส่งเสียให้ลูกสาวทั้งสองคนให้ได้รับการศึกษาที่ดีได้อย่างไร เพราะลำพังการหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดไปวันๆ ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

ในปี 2002 คุณเกสรได้รับการติดต่อจากนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนที่คุณเกสรรู้จักคุ้นเคยเป็นเวลานานถึง 15 ปี นักการเมืองท้องถิ่นคนนี้รู้จักบริษัทจัดหางานชื่อ บริษัท โคตะ แมนพาวเวอร์ ประเทศไทย และได้บอกกับคุณเกสรว่าบริษัทโคตะกำลังเปิดรับสมัครช่างเชื่อมให้ไปทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกากับบริษัททรานส์ เบย์ สตีล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่นาปา โดยคนงานจะได้รับค่าตอบแทนเป็นชั่วโมงละ 7 ดอลลาร์ และทางบริษัทรับรองว่าจะได้ทำงาน 40 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ ดังนั้นคุณเกสรก็จะมีรายได้ ถึง 49,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเกือบเป็น 10 เท่าของรายได้ที่คุณเกสรสามารถหาได้จากการทำงานรับจ้างทั่วไปในภาคอีสาน

การไปทำงานต่างประเทศจึงกลายเป็นแสงสว่างส่องทางให้กับชีวิตของคุณเกสร ซึ่งคุณเกสรก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสครั้งนี้ เพราะนี่คือโอกาสที่เขาสามารถจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาดีขึ้น แม้ว่าการเป็นช่างเชื่อมจะเป็นงานที่ตรากตรำ อันตราย และต้องเดินทางไปทำงานไกลถึงประเทศที่คุณเกสรไม่รู้จักภาษาและวัฒนธรรมของเขาก็ตาม

แต่หลังจากที่คุณเกสรได้อ่านสัญญาการจ้างงานแล้ว คุณเกสรก็ไม่ลังเลที่จะตัดสินใจไปทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเกสรได้ขอยืมเงินจำนวน 550,000 บาทจากญาติ และกู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริงเพื่อที่จะนำเงินไปจ่ายค่านายหน้าและค่าขอวีซ่า และก่อนที่จะเดินทางมาทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเกสรต้องผ่านการอบรมจากกระทรวงแรงงานเพื่อให้ได้ใบประกาศเป็นช่างเชื่อม

คุณเกสรได้ตั้งตารอคอยวันที่จะมาทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สิ่งที่เขารอคอยกลับกลายเป็นงานที่ไม่เป็นไปตามสัญญา และได้รับเงินเดือนในจำนวนที่เขาไม่มีวันนำไปใช้คืนหนี้ได้หมด และยิ่งไปกว่านั้นเขาก็อาจจะกลายเป็นผู้เข้ามาทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย

ทันทีที่คุณเกสรได้เดินทางมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เขาได้ถูกพาไปร้านอาหารไทยที่มีคนเกาหลีซึ่งชื่อว่า มิสเตอร์คิม เป็นเจ้าของ ณ ร้านอาหารไทยนี้ คุณเกสรทำงานเสมือนไม่ได้รับค่าตอบแทนเลย เพราะเขาทำงานวันละ 12 ถึง 15 ชั่วโมง และเป็นเวลา 7 วันต่ออาทิตย์ แต่กลับได้รับเงินแค่ 100 ดอลลาร์ (4,400 บาท) ต่อเดือน มิสเตอร์คิมบอกกับคุณเกสรว่าเขาจะส่งเงินเดือนที่เหลือของคุณเกสรให้กับครอบครัวของคุณเกสรที่ประเทศไทย แต่มิสเตอร์คิมไม่เคยส่งเงินให้ครอบครัวคุณเกสรเลย

คุณเกสรรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เห็นได้ชัด และเขาอยากจะหลบหนีออกจากร้านอาหารไทย แต่มิสเตอร์คิมได้จ้างคนไทยคอยสอดส่องคุณเกสรตลอดเวลาและยึดพาสปอร์ตของคุณเกสรเพื่อไม่ให้คุณเกสรไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ มิสเตอร์คิมได้พูดโกหกต่อคุณเกสรว่าถ้าคุณเกสรหลบหนี คุณเกสรอาจจะถูกตำรวจของประเทศสหรัฐอเมริกาจับ และอาจถูกส่งกลับเมืองไทยในฐานะผู้หลบหนีเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย

ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับมิสเตอร์คิม คุณเกสรถูกนำไปอยู่ในที่พักซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนชาวไทย และคุณเกสรไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาษาไทยเลย ไม่มีหนังสือพิมพ์ไทยให้อ่าน และไม่เคยได้ติดต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคุณเกสรกล่าวว่า “ผมไม่เคยรู้เลยว่ามีชุมชนชาวไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่าผมได้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วก็ตาม นอกจากเพื่อนคนงานที่ถูกหลอกให้มาทำงานเหมือนผมที่ร้านอาหารแล้ว ผมไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับคนไทยทั่วไป และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่เป็นภาษาไทยเป็นเวลาหลายๆ เดือน” คุณเกสรนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกล่าวต่อไปว่า “พวกผมถูกแยกให้อยู่ห่างจากชุมชน เพราะมิสเตอร์คิมกลัวว่าพวกผมจะได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยและอาจจะหลบหนี”

เมื่อไม่มีเอกสารทางกฎหมายติดตัว ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือจากใคร คุณเกสรและเพื่อนคนงานอื่นๆ จึงไม่รู้จะหนีไปอยู่ไหนแต่กลับต้องจำยอมให้มิสเตอร์คิมหลอกใช้ทำงานต่อไป

จนกระทั่งมิสเตอร์คิมขายร้านอาหารของเขา คุณเกสรและเพื่อนคนงานอื่นๆ ก็ถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ แต่ฝันร้ายก็ยังไม่หมดไปเพราะมิสเตอร์คิมไม่ยอมคืนพาสปอร์ตให้กับคุณเกสร คุณเกสรจึงต้องอาศัยอยู่กับความกลัวที่ว่าเขาอาจจะถูกตำรวจอเมริกันจับตัว และถูกส่งกลับเมืองไทยไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะในเวลานั้น คุณเกสรยังไม่พร้อมที่จะถูกส่งกลับเมืองไทย เพราะยังติดหนี้เป็นจำนวนมากและจำเป็นต้องอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อเพื่อที่จะได้หาเงินใช้คืนหนี้ให้หมด ดังนั้นจึงได้หลบซ่อนตัวตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตำรวจทั่วไปหรือตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเจอ คุณเกสรจะเดินทางไปร้านอาหารที่เขาทำงานตั้งแต่เช้าและกลับเข้าที่พักในเวลาตอนดึก ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่ค่อยมีตำรวจคอยตรวจตราตามท้องถนนแล้ว ถ้าคุณเกสรต้องการซื้อของใช้ที่จำเป็น เขาก็จะวานให้เพื่อนช่วยซื้อให้

ในฐานะที่เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง คุณเกสรไม่เคยเดินทางไปวัดไทย ไม่เคยรู้ว่ามีชุมชนชาวไทยหรือไทยทาวน์ และไม่กล้าที่จะเข้าร่วมกิจการใดๆ ที่จัดโดยชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเกสรต้องทำตัวเสมือนเป็นคนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในสังคมอเมริกัน ถึงแม้ว่าเขาได้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเป็นเวลานานแล้วก็ตาม

หลังจากเวลาผ่านไปได้ 2 ปี วันหนึ่งแม่ครัวที่ร้านอาหารที่คุณเกสรทำงานอยู่ได้บอกกับคุณเกสรว่า เขาได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยซึ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับช่างเชื่อมไทยจำนวน 43 คนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และกำลังได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ส่งเสริมชาวไทย (Thai CDC) ในด้านการยื่นฟ้องบริษัทจัดหาแรงงานไทยโคตะ มิสเตอร์คิม และบริษัททรานส์ เบย์ สตีล จำกัด แม่ครัวจึงได้แนะนำให้คุณเกสรไปติดต่อศูนย์ส่งเสริมชาวไทยทันที ดังนั้นคุณเกสรก็ตัดสินใจออกมาและรายงานต่อศูนย์ส่งเสริมชาวไทยกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขา

ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย (Thai CDC) ได้ช่วยเหลือและให้ความรู้กับคุณเกสรในเรื่องกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา จนคุณเกสรเข้าใจว่าตนเองไม่ได้เดินทางเข้ามาประเทศสหรัฐอเมริกาโดยผิดกฎหมาย แต่กลับตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ หลังจากนั้นคุณเกสรก็ไม่ได้อาศัยอยู่อย่างหวาดกลัวอีกต่อไป เขาได้รับวีซ่าทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อมาได้รับทีวีซ่า (T-visa) ซึ่งเป็นวีซ่าที่ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ในเวลาต่อมาคุณเกสรได้รับความช่วยเหลือให้พาลูกสาวทั้งสองคนมาอยู่ร่วมกับคุณเกสรในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันคุณเกสรกำลังยื่นขอใบเขียวและกำลังจะได้รับอนุมัติภายในเร็วๆ นี้

หลายปีที่ผ่านมา คุณเกสรได้ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนสามารถใช้หนี้ได้ทั้งหมด และขณะนี้เขากำลังเข้าฝึกอบรมในโครงการเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กกับศูนย์ส่งเสริมชาวไทย และพร้อมที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าสตรี ลูกสาวคนโตของคุณเกสรได้ตกหลุมรักกับคนอเมริกันและได้แต่งงานด้วยกันในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว ลูกสาวคนนี้ของคุณเกสรวางแผนที่จะร่วมทำธุรกิจขนาดเล็กกับคุณเกสร และในขณะเดียวกันเธอก็ยังเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสอนภาษาไปด้วย ส่วนลูกสาวคนเล็กสุดของคุณเกสรก็กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมที่นี่ และเธอได้รับรางวัลเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมของห้อง คุณเกสรบอกว่าชีวิตของเขาในขณะนี้ถือว่าเป็นชีวิตที่ดีกว่าที่เขาเคยวาดฝันไว้อีก

 “ผมคิดว่าผมน่าจะออกมาขอความช่วยเหลือจากศูนย์ส่งเสริมชาวไทยให้เร็วกว่านี้ และผมคงไม่ต้องเสียเวลาทนอยู่กับความมืดและความหวาดกลัวในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำผิด” คุณเกสรได้พูดทิ้งท้ายว่า “ผมก็เป็นคนๆ หนึ่งที่เคยตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ดังนั้นผมอยากให้กำลังใจกับคุณทั้งหลายที่กำลังตกอยู่ในสภาพฝันร้ายเหมือนกับที่ผมเคยเป็นให้ออกมา มันถึงเวลาที่ต้องตื่นจากฝันร้ายนั้นแล้ว”

..........

คุณสามารถช่วยหยุดอาชญากรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ได้ ถ้าตัวคุณเองหรือคุณรู้จักใครที่เคยหรือกำลังถูกนายจ้างปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดว่าถูกข่มขู่หรือถูกบังคับให้ขายบริการ ถูกทำร้ายทางร่างกายและทางจิตใจ ไม่มีอิสรภาพในการติดต่อกับคนอื่นหรือในการไปไหนมาไหน ได้รับค่าแรงน้อยมากหรือไม่ได้รับเลย หรือถูกยึดเอกสาร เช่น บัตรประจำตัว หรือ หนังสือเดินทาง กรุณาติดต่อศูนย์ส่งเสริมชาวไทยทันที ที่เบอร์โทรศัพท์ 323-468-2555 ทางศูนย์ฯ จะเก็บข้อมูลทุกอย่างรวมถึงสถานะการเข้าเมืองของคุณเป็นความลับ

 

โดย : ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :