Login
 
 

เกาะติดสถานการณ์กลุ่มเสื้อแดง
โดย...กาเหว่า
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์ ไทยแลนด์

ระเบิดที่บก.ทบ. | สายตาชาวโลก | ถึงเวลาไทยต้องตื่น | อัยการสูงสุดบนศึกสองสี ยุติธรรมไม่พอ...ต้องเป็นธรรมด้วย | ทักษิณจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น หรือตั้งเรือนจำพลัดถิ่น


วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2553
บทนำและคอลัมน์์ที่น่าสนใจจากหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไป
ระเบิดที่บก.ทบ.   [บทนำ ข่าวสด  Big|normal (Font)]

การใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพบก ไม่ว่าจะมุ่งให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินจริง หรือเพียงหวังต้องการจะสร้างข่าวสร้างความปั่นป่วน

อย่างน้อยในวันนี้ ผู้ลงมือก็ประสบความสำเร็จขั้นหนึ่ง เมื่อสามารถเรียกความสนใจจากสังคม สร้างกระแสให้เป็นข่าวใหญ่ และทำ ให้เกิดการเคลื่อนไหวของผู้เกี่ยวข้องเกิดขึ้นได้

จะป้องกันมิให้มีผู้ลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อคนส่วนใหญ่เช่นนี้อีก ก็จะต้องดำเนินการจับกุมผู้ลงมือกระทำผิดในครั้งนี้ให้มารับโทษตามกฎหมายให้ได้

และกรณีนี้ไม่น่าจะเกินความสามารถของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพราะผู้ที่จะลงมือกระทำการเช่นนี้ได้ จะต้องมีเงื่อนไขประกอบหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะต้องเป็นผู้มีอาวุธสงครามอยู่ในครอบครอง

จะต้องเป็นผู้ที่มีข้อพิพาทหรือความไม่พอใจเป็นการส่วนตัวกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ กองทัพบก และจะต้องเป็นผู้มีพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่เกรงกลัวกฎหมายมาก่อนหน้านี้

เมื่อตีวงให้แคบลง ถามว่าผู้มีศักยภาพ ผู้มีวัตถุประสงค์ และผู้มีจิตใจที่ไม่ปกติเช่นนี้มีอยู่เป็นจำนวนเท่าใด

เป็นภารกิจที่ผู้รักษากฎหมายและหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงจะต้องคลี่คลายให้ได้โดยรวดเร็วและโปร่งใส

เพื่อเรียกความมั่นใจของสังคมให้คืนกลับมา

การคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการตามกฎหมาย นอกจากจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบและกระบวนการยุติธรรมแล้ว

ยังจะทำให้ความพยายามในการที่จะดึงกองทัพบก อันเป็นหน่วยราชการสำคัญเพราะถืออาวุธอยู่มากที่สุดในสังคมไทย ให้ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองนั้นฝ่อลงไป

รวมทั้งจะช่วยตอกย้ำให้คนทั่วไปได้เห็นว่า ความขัดแย้งหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น แก้ไขด้วยความรุนแรงไม่ได้ แต่จะต้องอาศัยกระบวนการยุติธรรมที่เปิดเผยโปร่งใสเข้ามาคลี่คลาย

และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า จะระเบิดกี่ลูกก็กระชากสติไปจากสังคมไทยไม่ได้


สายตาชาวโลก    [คอลัมน์เด่น ไทยรัฐ  Big|normal (Font)]

กรณีองค์การ ฮิวแมนไรต์วอตช์ ออกรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2552 ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยระบุว่า รัฐบาลของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด ระบุรายละเอียดถึงเรื่องของการไร้มาตรฐานหรือสองมาตรฐานในการบริหารประเทศ จนทำให้เกิดความแตกแยกและขัดแย้งอย่างชัดเจน

งามหน้าดีพิลึก

ก่อนหน้านี้ คงจะจำกันได้มีรายงานองค์การที่เกี่ยวข้องกับ ประชาธิปไตย บริจาคทุนในการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศ ไทยมาแล้ว

ถูกมองว่าอยู่ในระดับเดียวกับประเทศด้อยพัฒนา

และที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลทำได้แค่ 2 ประการก็คือ แก้หน้าและแก้ตัว แต่ไม่เคยปรับปรุงภาพพจน์ของประเทศ ปล่อยให้อึมครึมมาโดยตลอด

อ่านข่าว คุณกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆว่า ฮิวแมนไรต์สำรวจไว้ตั้งแต่ก่อนรัฐบาลชุดนี้ หรือกระทั่ง คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ออกมาแก้ตัวข้างๆคูๆว่า มีความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง อ้างความเห็นรัฐบาลอเมริกาชื่นชอบรัฐบาลชุดนี้ เอา คนละเรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกันหน้าตาเฉย

โดยเฉพาะการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมา คุณสาทิตย์อ้างว่าได้รับคำชมเชยว่าไม่มีความสูญเสีย แล้วคุณสาทิตย์ก็โยงว่ามีการบิดเบือนข้อมูลจากฝ่ายที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลส่งข้อมูลไปให้กับฮิวแมนไรต์ก็คงจะหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ และคนเสื้อแดงตามถนัด

ในทางสามัญสำนึก รายงานของฮิวแมนไรต์ เป็นรายงานประจำปี เมื่อสำรวจจากสถานการณ์ปีที่แล้วก็แปลว่าต้องเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ จะไปโทษรัฐบาลอื่นๆก็คงเป็นไม่ได้

ไม่ควรจะมาตะแบง

นอกจากนี้ องค์การสากลอย่างฮิวแมนไรต์ คงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุมห้า เพราะมีการันตีได้รับความเชื่อถือจากเกือบทุกประเทศทั่วโลกมานาน ไม่ใช่หน่วยงานเฉพาะกิจ หรือล็อบบี้ยีสต์ที่ไหน ถ้าไม่มีความแน่นอนเที่ยงตรงก็คงอยู่ไม่ได้จนถึงวันนี้

อยากให้ไปอ่านรายงานภาคภาษาอังกฤษ ที่ต้องถือว่าแรงพอสมควร เราฟังภาษาไทยคำว่า ไร้สิทธิมนุษยชน หรือละเมิดสิทธิมนุษยชนมาจนชิน หรือคำว่า มาตรฐานไม่มีมาตรฐาน ไร้ มาตรฐาน สองมาตรฐานมาจนเป็นเรื่องธรรมดาซะแล้ว รวมทั้งการปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไม่มีมาตรฐาน

เราอาจจะชิน แต่ต่างชาติถือเป็นเรื่องใหญ่

โดยมารยาททางสังคม บ้านเราจะดูด้อยพัฒนาขนาดไหน ก็คงไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะมาคอยซ้ำเติมว่าเราด้อยพัฒนาอย่างนั้นอย่างนี้ มีแต่การกระทำของเรากันเองนี่แหละ ที่ประจานตัวเองว่าเราด้อยพัฒนา จะ เสธ.แดง จะคนเสื้อแดงก็เป็นคนไทย ใช้อำนาจรัฐอำนาจของกฎหมายก็ควรจะอยู่ในขอบเขตที่พอดี.


ถึงเวลาไทยต้องตื่น [บทนำ บ้านเมือง  Big|normal (Font)]

ประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเมืองพุทธศาสนา ประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายร้อยปี โดยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติไหนๆ อย่างที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศเคยตกเป็นเมืองขึ้นของนักล่าอาณานิคม แต่หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาครองอำนาจ โดยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว (ไทยรักไทย) มีความยิ่งใหญ่และลำพองในตัวเองเยี่ยงอัศวินขี่ม้าขาวมากู้ชาติก็ไม่ปาน

ปฏิบัติการพลิกฟ้าพลิกดิน อาทิ ทำสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกอย่างกรณีหวยใต้ดินก็พลิกขึ้นมาเป็นหวยบนดิน ยุทธการหลอกกินหลอกชาวบ้าน ทั้งลูกเล็กเด็กแดงมีเงิน 20 บาทก็สามารถซื้อหวยบนดินได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมีวาจาที่ถือว่าอหังการหรือว่าโอหังสุดๆ อย่างเช่นบางประโยคยูเอ็นไม่ใช่พ่อ หรือว่าถึงอย่างไรก็ไม่ลาออก นอกเสียจากว่าทรงกระซิบข้างหู เป็นต้น

เมื่อไม่นานมานี้ก็ให้สัมภาษณ์ ไทมส์ออนไลน์ เขย่าผู้คนในประเทศไทยชนิดที่เกิดมาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าพูดหรือให้สัมภาษณ์จาบจ้วงเบื้องสูงได้ขนาดนั้น และนับจากตกจากเก้าอี้ผู้นำประเทศเมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่เจ้าตัวพยายามพลิกสถานการณ์เพื่อสู้กับการให้ได้อำนาจรัฐกลับคืนมา เสี่ยงแม้กระทั่งจะถูกมองว่าขายชาติ ทรยศชาติก็ยังเสี่ยง ด้วยการไปจับมือกับ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีเขมร

เพียงเพื่อต้องการล้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และดิสเครดิตประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นคนไทย สังคมไทยแตกกันออกเป็นเสี่ยงจนยากที่จะเยียวยา เมื่อต่างฝ่ายต่างยึดถือข้างยึดถือประโยชน์พวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของชาติอันเป็นที่รักส่วนรวม ในระหว่างที่คนในสังคมไทยยึดการแบ่งข้าง บางฝ่ายลงทุนสนับสนุนต่างชาติให้มาถล่มประเทศชาติบ้านเกิด ที่ให้ข้าวแดงแกงร้อนให้ที่ซุกหัวนอน

เมื่อคนในชาติบางกลุ่มบางพวก ขาดความสำนึกในประเทศชาติ กระทั่งสัมพันธ์ไทย-เขมรถลำลึกลงไปทุกขณะ วันนี้นักการเมืองไม่ผิดอะไรกับไม้หลักปักขี้เลน ประชาชนไม่สามารถอาศัยเป็นหลักชัยได้ ประชาชนยังถูกปั่นหัวให้ถือข้างนายกฯ รูปหล่อและอดีตนายกฯ หน้าเหลี่ยม รวมถึงกลุ่มนิสิตนักศึกษาต่างก็นิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับปัญหาของชาติ เอาแต่เที่ยวสนุกทำเหมือนตายไปจากสังคมไทย เช่นเดียวกับกลุ่มนักวิชาการ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กระทำตนเหมือนมุดอยู่ในชั้นเรียน ถึงเวลาหรือยังที่คนไทยจะต้องตื่นขึ้นมาช่วยกันกอบกู้ชาติบ้านเมืองไม่ให้มันแตกแยกไปกว่านี้


อัยการสูงสุดบนศึกสองสี ยุติธรรมไม่พอ...ต้องเป็นธรรมด้วย   [บทวิเคราะห์ กรุงเทพธุรกิจ  Big|normal (Font)]

Let justice be done, through the heavens fall หรือ "ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมให้ได้ แม้สวรรค์จะถล่มลงมาก็ตาม"

คือวลีที่ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ยึดเป็นหลักในการทำงานบนเก้าอี้อัยการสูงสุด

และแม้ว่า "ความยุติธรรม" จะเป็นหลักทั่วไปที่คนในกระบวนการยุติธรรมต้องถือปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองที่ผู้คนแตกแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้ จุลสิงห์ ถึงกับออกปากว่า แค่ความยุติธรรมอาจจะไม่เพียงพอ...

"ประเทศของเราอยู่ในสภาพเหมือนบ้านแตกสาแหรกขาด อัยการจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเท่านั้น เพราะจะให้ฟังเสียงประชาชนก็ไม่ได้ เนื่องจากประชาชนก็มี 2 ข้าง จะให้ฟังใคร สีทั้งหลายทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ผมใส่เสื้อสีส้ม คือเหลืองผสมกับแดง ยึดหลักความเที่ยงธรรม เป็นกลาง สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ แค่ยุติธรรมไม่พอ เพราะมันอาจไม่เป็นธรรมก็ได้ หลายๆ ครั้งยุติธรรมตามกฎหมาย แต่อาจไม่เป็นธรรม"

จุลสิงห์ เชื่อว่า หากกระบวนการยุติธรรมได้มีโอกาสทำงานอย่างอิสระ เที่ยงธรรม และเป็นกลาง บ้านเมืองก็ยังมีทางออก

"ผมคิดว่าทั้งสองสีควรหยุด และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงานอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม" เขาบอก

อย่างไรก็ดี เรื่องความเป็นกลางนั้นพูดง่าย แต่ทำยาก เพราะสิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้คนเชื่อว่าเป็นกลาง และนั่นทำให้เขาวางตัวในแบบ "รับฟัง แต่ไม่รับปาก" เพื่อให้การทำหน้าที่ปลอดจากการแทรกแซงใดๆ โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง

"สังคมไทยก็รู้ๆ กันอยู่ เป็นสังคมอุปถัมภ์ ก็จะมีคนมาขอโน่นขอนี่อยู่เสมอ โดยเฉพาะนักการเมือง ผมก็ยึดหลักรับฟัง แต่ไม่รับปาก ผมรับฟังทุกคน แต่ไม่เคยรับปาก เพราะรับปากแล้วจะชอกช้ำมาก ต้องพยายามทำให้ได้"

ตลอดหลายสิบปีในสายงานอัยการ จุลสิงห์ เล่าว่าได้รู้ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมมากมายของนักการเมือง
"เชื่อไหมในคดีร่ำรวยผิดปกติ นักการเมืองคนหนึ่งถูกร้องให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน แต่เขาเอาหลักฐานมายืนยันได้ว่าเขาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ถึง 2 ครั้ง เขามีหลักฐานเป็นเรคคอร์ดของกองสลากเลยด้วยซ้ำ แต่เรารู้ว่าเขาไปรอซื้อรางวัลที่ 1 หน้ากองสลากเลย เมื่อคนที่ถูกรางวัลมาขึ้นเงิน เขาก็ขอซื้อต่อ ให้เงินมากกว่ารางวัลที่ได้เสียอีก แล้วเขาก็เอาลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 นั้นไปขึ้นเงินแทน ก็จะมีเรคคอร์ดว่าเขาคือผู้ถูกรางวัล ได้ฟอกเงินให้ถูกกฎหมายไปโดยปริยาย"

แม้จะผ่านคดียากๆ มามากมาย แต่การขึ้นเป็นอัยการสูงสุดใน พ.ศ.นี้ ก็ยังมีงานที่ยากยิ่งกว่ารออยู่ เริ่มตั้งแต่คดี นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ หรือ บีบีซี ซึ่งแม้วันนี้จะได้ตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากแคนาดามาแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ เพราะทางการไทยไม่สามารถดำเนินคดีอื่นๆ กับนายราเกซได้ นอกจากคดีปล่อยกู้ให้บริษัท ซิตี้ เทรดดิ้ง จำกัด เพียงคดีเดียวที่ใช้เป็นหลักฐานในการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

"หลักกฎหมายคือขอคดีไหน ต้องฟ้องคดีนั้น" จุลสิงห์ อธิบาย "คดีอื่นเราก็จะฟ้อง แต่ต้องขอแคนาดาก่อน และเวลาขอแม้จะได้ตัวมาแล้ว จะขอแบบลวกๆ ไม่ได้ ต้อง full request (ขออย่างเป็นทางการแบบเต็มรูปแบบ) เพราะเราได้ตัวเขามาบนข้อตกลงของสนธิสัญญา การจะดำเนินคดีอื่นเพิ่มเติมต้องขอแคนาดา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยประเด็นนี้จะรู้ผลภายในสิ้นเดือน"

ถัดจากคดีราเกซ ก็มีคดีร้อนแรงอย่าง "คดีซาอุฯ" ซึ่งอัยการเพิ่งมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และพวก ฐานอุ้มฆ่า นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย อันเป็นการสั่งฟ้องท่ามกลางกระแสกดดันเรื่องการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯกับไทย

แต่การตัดสินใจในคดีนี้ก็ทำให้ จุลสิงห์ ประทับใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"ท่านนายกฯ โทรศัพท์หาผมหลังจากอุปทูตซาอุฯ เข้าพบ ท่านบอกกับผมว่า ท่านอัยการสูงสุดจะสั่งคดีอย่างไรท่านไม่เข้ามาแทรกแซง เพียงแต่ขอว่าไม่ว่าจะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ให้ช่วยชี้แจงสังคมให้ได้เข้าใจด้วย นี่เองที่ทำให้ผมสบายใจอย่างมาก และยืนยันได้ว่าการตัดสินใจของอัยการไม่มีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเพิ่มน้ำหนักทางคดี"

นอกจากคดีซาอุฯ ก็ยังมีคดี นายวิคเตอร์ บูธ นักค้าอาวุธระดับโลกชาวรัสเซีย ที่ถูกจับกุมในประเทศไทย แต่คดีนี้แตกต่างออกไป เพราะเป็นคดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่ง จุลสิงห์ บอกว่า ต้องมีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ

"การพิจารณาส่งหรือไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อมีรัฐต่างประเทศขอมา มีมติคณะรัฐมนตรีให้อัยการสูงสุดกับกระทรวงการต่างประเทศร่วมกันพิจารณา ผมจะดูเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศดูเรื่องผลที่จะเกิดขึ้นตามมาในเรื่องของความสัมพันธ์ แล้วเราก็จะมาชั่งน้ำหนักกัน เท่าที่ทราบ นายวิคเตอร์ บูธ มีหลายประเทศต้องการตัว ถ้าแย่งกันมากอาจส่งให้ประเทศที่สาม ซึ่งเราก็เคยทำมาแล้ว"

แต่คดีที่อ่อนไหวที่สุด และกำลังจะเป็นประเด็นในอนาคตอันใกล้ ก็คือกรณีที่อัยการสหรัฐแจ้งข้อหา นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในคดีรับสินบนจากสามีภรรยานักสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิจัดเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ หรือบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล

ที่ว่าอ่อนไหว เพราะคดีนี้มี "คนไทย" ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา
"กรณีส่งคนไทยไปดำเนินคดีในต่างประเทศ อัยการสูงสุดจะหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน หลักในการพิจารณาก็คือฝ่ายไหนมีความเสียหายมากกว่า ถ้าคิดว่าไทยเสียหายมากกว่า ก็ดำเนินคดีในประเทศไทย แต่ถ้าสหรัฐเสียหายมากกว่า ก็ส่งตัวไป นอกจากนั้นก็ต้องดูว่าพยานหลักฐานอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน ใส่เงินที่ไหน บัญชีใคร และใครเป็นผู้เบิก"

จุลสิงห์ ย้ำว่า แม้จะเป็นกรณีที่เกี่ยวพันกับ "คนไทย" แต่ก็ยึดหลักเป็นกลางและเที่ยงธรรมเช่นเดิม
"ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เราทำกับสหรัฐ ไม่มีข้อผูกมัดว่าต้องส่งคนไทยไปสหรัฐ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยส่ง เพราะกรณี ป.เป็ด (นายทนง ศิริปรีชาพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคชาติไทย) เป็นกรณีแรกที่เราส่งคนไทยไปดำเนินคดีในสหรัฐ ฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องมาพิจารณาและชั่งน้ำหนัก แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึงอัยการ"

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำหน้าที่ชี้ถูกชี้ผิด สั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ย่อมทำให้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่การเลือกที่จะทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ก็มิได้โดดเดี่ยวเสียทีเดียว เพราะบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 255 ที่ว่า "พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม" ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ฉะนั้น เมื่อใดที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ย่อมได้รับความคุ้มครองเสมอ!




ผ่าประเด็นร้อน แนวหน้า[ Big|normal (Font)]

ทักษิณจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น หรือตั้งเรือนจำพลัดถิ่น
(ประชาไท ธนณรงค์)    


   
     

       ผีเจาปากให้พูดก็สักแต่ว่าจะพูด อย่าง ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่าหากมีการปฏิวัติในประเทศไทยเขาจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ฟังแล้วชักจะเพี้ยนกันไปใหญ่

       จะเป็นไปได้ยังไง เพราะหากมีการปฏิวัติ เท่ากับว่าทหารใช้กำลังปฏิวัติรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน ถ้านายกฯอภิสิทธิ์ หนีไปต่างประเทศ นั่นแหละจึงสามารถตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจทางทหารที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

       หน้าที่ของรัฐบาลพลัดถิ่นโดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อถูกโค่นล้มโดยอำนาจเผด็จการทหาร หรืออำนาจนอกระบบ ในสากลโลกเขาถือว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีความชอบธรรม สามารถเดินสายขอเสียงสนับสนุนในเวทีโลกจากนานาอารยประเทศได้

       นั่นเขาถึงเรียกว่ารัฐบาลพลัดถิ่น

       กรณีคุณทักษิณ บอกว่าหากมีการปฏิวัติจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น เสมือนว่า ทักษิณ เพ้อเพราะเขาไม่ได้ปฏิวัติรัฐบาลทักษิณ แต่เขาปฏิวัติรัฐบาลอภิสิทธิ์ ดังนั้นทักษิณ จึงไม่มีสิทธิจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น

       ในทางตรงข้าม ทักษิณ จะต้องตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น นับแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 หลังวันที่ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ.ขณะนั้นทำการยึดอำนาจระหว่างที่ ทักษิณ กำลังร่วมประชุมสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา นั่นแหละคือสถานการณ์ที่เหมาะที่สุดที่ ทักษิณ จะใช้เวทีโลกกดดันประเทศไทย

       แต่ ทักษิณ ไม่ได้ทำ

       มาวันนี้บอกจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น น่าจะคิดช้าไปเพราะวันนี้ ทักษิณ ไม่ได้มีสถานะเป็นอดีตนายกฯเหมือนวันที่ทหารทำการยึดอำนาจ แต่เนื่องจากเวลาผ่านไป ทักษิณ ถูกตัดสินจำคุก2ปีในคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินรัชดา สถานะของ ทักษิณ จึงเป็นนักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน

       ส่วนที่สมุนทักษิณ หลายคนข้องใจว่าทำไมหนังสือพิมพ์แนวหน้าและหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับจึงใช้คำนำหน้า ทักษิณ ว่า นช.ทักษิณ ก็เพราะว่าหาก ทักษิณ อยู่เมืองไทยต้องถูกส่งเข้าเรือนจำเหมือนคดีทุจริตที่นักการเมืองหรืออดีตรัฐมนตรีถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถูกตัดสินว่ามีความผิด เมื่อเข้าไปนอนในเรือนจำ ต้องมีคำนำหน้าว่า "นช."ทุกคน

       แต่ ทักษิณไม่ได้เขาเรือนจำเพราะหนีความผิดไปอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นการที่คอลัมนิสต์หรือหนังสือพิมพ์ใช้คำว่า"นช."จึงไม่ใช่เรื่องการใส่ร้าย เป็นในข้อเท็จจริงต้องเป็นอย่างนั้น

       เมื่อ ทักษิณ อยู่ในสถานะของนักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ไม่ใช่สถานะของนายกรัฐมนตรี เหมือน นายกฯอภิสิทธิ์ ในปัจจุบันนี้ หากมีการปฏิวัติยึดอำนาจ ก็ต้องปฏิวัติรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ปฏิวัติรัฐบาลทักษิณ

       เพราะโอกาสตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของทักษิณ หมดไปนับแต่วินาทีที่ นายกฯอภิสิทธิ์ ได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นนายกรัฐมนตรี

       ผมจึงอยากแนะนำว่า ทักษิณ ผู้ที่มีสถานะเป็นนักโทษ ต้องตั้งเรือนจำพลัดถิ่น แล้วเอาลูกน้องที่หนีคดีหลายคนอาทิ จักรภพ เพ็ญแข ไปอยู่ด้วย ส่วนใครจะเป็นประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีก็ตกลงกันเอาเอง

       ถ้าจะเพี้ยนกันทั้งลูกพี่ลูกน้องแล้ว





นำเสนอข่าวโดย : ณิภา ก้อนคำ
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
10-03-2010 เกาะติดสถานการณ์กลุ่มเสื้อแดง (12/10122) 
03-03-2010 หนึ่งมาตรฐาน สองความต้องการ | "ทัพแดง" สะดุด เหลือแค่แก๊งป่วนเมือง? | เฟ้น 5 ผู้พิพากษาชี้ชะตาอุทธรณ์ยึดทรัพย์ | ประเทศชาติเสียหาย มากกว่าที่ทักษิณได้ไปเสียอีก | นักรบหรือแค่อันธพาลสมุนแม้ว?หิมเย้ยรัฐบ่อนทำลายขู่บึ้มป่วนเมือง (1/393) 
22-02-2010 จีที 200 ต้องยุติความสับสน | ทดสอบกฎเหล็กนายกฯ | เวทีรัฐสภาเปิดแล้ว | ทุกฝ่ายควรยอมรับคำตัดสินศาล | กระแสสังคมรับไม่ได้ ใครใช้ความรุนแรงคือผู้แพ้ (1/425) 
02-02-2010 บึ้ม บก.ทบ.ถึงปาอึบ้านนายกฯ สะท้อนความอ่อนยวบด้านมั่นคง | ไม่มีอะไรใหม่ | เวทีรัฐสภาเปิดแล้ว | จับตากุมภาฯ ทมิฬ  | ปาอึบ้านนายกฯอุกอาจ สะท้อนระบบรปภ.ผู้นำชุ่ย (0/600) 
24-01-2010 ระเบิดที่บก.ทบ. | สายตาชาวโลก | ถึงเวลาไทยต้องตื่น | อัยการสูงสุดบนศึกสองสี ยุติธรรมไม่พอ...ต้องเป็นธรรมด้วย | ทักษิณจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น หรือตั้งเรือนจำพลัดถิ่น (0/599) 
Name :
 
E-mail :
 
Detail :