เป็นการ “ปิดข่าว” ที่ถือว่าเป็นการ “ตบหน้า” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้นานหลายวัน แม้เจ้าตัวจะออกมาบอกว่าไม่ได้ปิด (แต่ไม่มีใครถาม) และไม่ได้เสียหน้าก็ตาม...
ช่วงแรกก็ถกกันไปหลายทิศทาง เพราะเป็นช่วงการขยับทัพของเหล่าเสื้อแดง และเกิดหลังจากคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หรือจะมองเป็นการสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม ที่จะได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็มองได้ เพราะนอกจากจะดิสเครดิต พล.อ.อนุพงษ์ได้แล้ว ยังเป็นการผลักข้อหาไปให้คนเสื้อแดงที่มีอดีตนายทหารมือดีหนุนหลังได้ด้วย
แต่ดูเหมือนประเด็นการสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" ซึ่งปรากฏข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 มกราคม จะเป็นประเด็นที่โดดเด่นที่สุด อีกทั้งเหตุระเบิดยังเกิดขึ้นเพียงแค่หนึ่งวันหลังจากการพักราชการ
ก่อนหน้านี้ เสธ.แดงเคยให้สัมภาษณ์ทำนองข่มขู่ พล.อ.อนุพงษ์ หลายครั้งว่าให้ระวังตัวให้ดี หรือให้อยู่แต่ใน บก.ทบ.อย่าออกมาข้างนอก หรือก่อนหน้านั้นก็เคยทำนายว่าจะมีเหตุระเบิดในม็อบพันธมิตรหลายครั้ง และต่อมาก็เกิดเป็นจริงขึ้นมา
นั่นน่าจะเป็นสาเหตุให้มีการตรวจค้นที่บ้านของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และบ้านพักของทหารคนสนิท และพบ “คลังแสง” มากมายมหาศาลราวกับจะออกทำสงคราม และทำให้มีการออกหมายจับ เสธ.แดง ทันที
ยังไงก็ตาม เสธ.แดงให้สัมภาษณ์จากปักษ์ใต้ว่าตนเองไม่เกี่ยวกับอาวุธสงครามที่ว่า แถมยัง “เสียดสี” คู่กรณีตามสไตล์ ปิดท้ายด้วยการข่มขู่ต่ออีกว่าจะมีลูกระเบิดเอ็ม 79 ลูกที่สองอีก ให้ ผบ.ทบ.เตรียมตัวให้ดี...
เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะเสธ.แดง เคยพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของ “ปาก” ท่านมาแล้วหลายครั้ง และหลายศพ ในช่วงที่การชุมนุมของเหล่าพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองยังเข้มข้น...
คมชัดลึก ทำรายงานพิเศษเรื่องนี้ โดยบอกว่า เอ็ม 79 ซึ่งเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพร้ายแรง มุ่งสังหารบุคคลมากกว่าเป้าหมายทางการทหาร โดยเมื่อลูกตกกระทบเป้าหมายจะกระจายเป็นสะเก็ดระเบิดพุ่งตรงเข้าสังหารข้าศึกที่อยู่โดยรอบ มีระยะหวังผล 150-350 เมตร มีน้ำหนักเบา สามารถพกพาอย่างสะดวกสบาย และแหล่งนำเข้าเอ็ม 79 แหล่งใหญ่ที่สุดคือ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยความร่วมมือของ "คนมีสี" ของทั้งสองประเทศ
คมชัดลึกบอกด้วยว่า ประเมินจากสถานการณ์ที่ผ่านมา สรุปได้ว่า เอ็ม 79 น่าจะเป็นระเบิดคู่กับม็อบเสื้อเหลือง หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะในการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปี 2551 ซึ่งระเบิดเอ็ม 79 ได้หล่นตูมตามลงในวงม็อบดั่งห่าฝน
-21 พ.ย.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 24 ราย
-22 พ.ย.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 8 ราย
-24 และ 28 พ.ย.2551 ที่สำนักงานเอเอสทีวี ระเบิดด้าน 1 ลูก ทำงาน 1 ลูก กระสุนทะลุห้องส่งออกอากาศ แต่โชคดีที่ไม่ถูกใคร
-26 พ.ย. และ 2 ธ.ค.2551 ที่สนามบินดอนเมือง มีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย
-13 เม.ย.2552 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ รปภ.ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
-17 เม.ย.2552 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ถูกยิงถล่มด้วยปืนอาก้า เอ็ม 16 และเอ็ม 79 แต่รอดตายราวปาฏิหาริย์
-15 พ.ย.2552 ที่สนามหลวง ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย
คมชัดลึก สรุปรายงานชิ้นนี้เอาไว้แบบเจ็บปวดหัวใจว่า “แม้จะเกิดเหตุยิงถล่มด้วยเอ็ม 79 กลางเมืองนับสิบครั้ง แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้เลยสักครั้ง”...