Login
 
 

ว่าด้วยกฎหมายอุบัติเหตุ
แต่งโดย ทนายความนีน่า นันทา
เรียบเรียงและแปลโดย เจเจ ศิวพร ชื่นประทุม

อุบัติเหตุจากการทำงาน (ตอนที่ 2)

ข้อมูลที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ สามารถปรับใช้ได้เฉพาะรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น และไม่ใช่การให้คำแนะแนวทางด้านกฎหมายแก่ผู้อ่านแต่อย่างใด

Worker’s compensation คืออะไร ?

       เวิร์คเกอร์คอมเพ็นเซชั่น คือ สิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับการชดเชยอาการบาดเจ็บอันเนื่องจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน

 

       หากท่านบาดเจ็บหรือป่วยอันเนื่องมาจากการทำงาน ท่านสามารถที่จะขอรับผลประโยชน์จากประกันอุบัติเหตุของลูกจ้าง ตามกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียได้

 

       อาการบาดเจ็บนั้นสามารถเกิดขึ้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ อุบัติเหตุครั้งเดียว และอุบัติเหตุการทำงานหนักๆ ซ้ำๆ กันหลายครั้ง

 

       อุบัติเหตุครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น ท่านลื่นล้มแล้วหลังกระแทกกับพื้นอย่างแรง, สารเคมีที่ท่านใช้ในที่ทำงานกระเด็นใส่แขน, ถ้าท่านเป็นแม่ครัว แล้วโดนน้ำมันลวกที่แขนหรือหน้า หรือถ้าท่านทำงานเป็นคนขับรถส่งสินค้า หรือขับรถส่งอาหาร แล้วเกิดอุบัติเหตุรถชนอย่างแรงระหว่างทางที่ไปส่ง เป็นต้น

 

       อุบัติเหตุการทำงานหนักๆ ซ้ำๆ กันหลายครั้งเป็นเวลานาน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อข้อมือ หรือแขนของท่านได้รับอาการบาดเจ็บเพราะงานที่ท่านทำนั้น จำเป็นต้องใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายตลอดเวลา เช่น แม่ครัวผัดกับข้าว ต้องผัดอาหารตลอดเวลา ทำให้ปวดข้อมือ หรือ คนเสิร์ฟอาหารที่มีอาการปวดขา, ปวดหลัง เพราะต้องยืน, เดิน, ยกอาหารหนักๆ, ยกของเข้าห้องเก็บของ เป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมงโดยไม่ได้พัก หรือคนที่จะต้องทำงานในที่ทำงานที่มีเสียงดังตลอดเวลา เช่นทำงานก่อสร้าง ทำให้หูหนวก หรือได้ยินผิดปรกติ เป็นต้น

 

       หากท่านไม่แน่ใจว่า อาการบาดเจ็บของท่านที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีสาเหตุมาจากการทำงานของท่านหรือไม่ ท่านควรจะรีบปรึกษาทนาย หรือ พบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการดังกล่าว เพื่อสิทธิและประโยชน์ที่ท่านพึงจะได้รับ

 

ประโยชน์ที่ลูกจ้างสมควรจะได้รับจากการชดเชยของบริษัทประกันมีอะไรบ้าง

 

สิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่บาดเจ็บในที่ทำงานสมควรได้รับจำแนกออกเป็น 5 อย่างดังนี้

 

1.   การชดเชยค่ารักษาพยาบาล (Medical care) ซึ่งในที่นี้หมายถึงท่านจะได้รับการคุ้มครอง 100 เปอร์เซ็นต์จากค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่า Deductible หรือ Co-Pay ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดรวมไปถึง ค่าพบแพทย์, ค่าจ่ายยา, ค่าผ่าตัด, ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ, ค่าทำกายภาพบำบัด, และค่าต่างๆทีจะช่วยทำให้อาการบาดเจ็บของท่านหายไป

 

2.   การชดเชยค่าจ้างจากอาการบาดเจ็บทุพพลภาพชั่วคราว (Temporary Disability Benefits) ลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชยค่าจ้างเมื่อท่านต้องลางาน เพื่อเพราะอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น การชดเชยเงินค่าจ้างส่วนนี้ จะคำนวณได้จาก 2ใน3 ของจำนวนค่าจ้างที่ท่านจะได้รับทั้งหมด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปี พ.ศ. ที่ท่านได้รับอาการบาดเจ็บด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ท่านไม่จำเป็นจะต้อง รายงานจำนวนเงินที่ท่านจะได้รับส่วนนี้ ต่อการทำ Income Tax ของท่าน

 

3.   การชดเชยค่าจ้างจากอาการบาดเจ็บทุพลภาพถาวร( พิการ) (Permanent Disability Benefits) ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าชดเชยส่วนนี้ ในกรณีที่อาการบาดเจ็บของท่านไม่ทุเลา หรือ ไม่สามารถหายกลับมาเป็นปรกติได้ 100 เปอร์เซ็นต์ บางอาการบาดเจ็บไม่สามารถทำให้หายได้ ถึงแม้ว่า แพทย์ได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม การคำนวณเงินที่ท่านจะได้รับ จะขึ้นอยู่กับการพิการส่วนต่างๆ ของท่าน และแตกต่างกันออกไปแต่ละบุคคล

 

4.   การชดเชยค่าจ้างจากการทำงานเสริมหรือทดแทน (Supplemental Job displacement benefits) เงินประกันที่ลูกจ้างจะได้รับ จะเป็นกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถกลับไปทำงานเก่าได้ เงินที่ลูกจ้างจะมีสิทธิ์ได้รับขั้นต่ำตั้งแต่ $4,000 ไปจนถึง $10,000 ทั้งนี้หมดนี้ขึ้นอยู่กับการที่ประเมินผลจากอาการบาดเจ็บ

 

5.   การชดเชยค่าจ้างเนื่องจากลูกจ้างเสียชีวิต (Death Benefits) สิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เสียชีวิต จะตกเป็นของสามี หรือ ภรรยาของผู้เสียชีวิต, ลูก, หรือญาติของผู้เสียชีวิต ตามลำดับหากลูกจ้างเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

 

       นอกเหนือจากที่กล่าวมาทั้ง 5 ข้อแล้ว ยังมีสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับอีกซึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายในการจ้างล่าม หรือ ผู้แปลภาษา, เงินชดเชยค่าพาหนะเดินทาง หากลูกจ้างไม่สามารถพูด, อ่าน หรือเข้าใจภาษาอังกฤษได้ ลูกจ้างสามารถร้องขอสิทธิ์ในการใช้ล่ามเพื่อการสื่อสารกับแพทย์ประจำตัวผู้รักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งท่านยังสามารถขอเงินชดเชยค่าพาหนะเดินทางเพื่อไปทำการรักษาได้อีกด้วย

 

       การสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในแต่ละเคสเนื่องจากแพทย์จะสามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการเคลมประกันของลูกจ้าง เนื่องจากสิทธิและเงินชดเชยที่ท่านควรจะได้รับ จะอ้างอิงจากรายงานและประวัติการรักษาของแพทย์ประจำตัวของลูกจ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างสมควรจะได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง หรือลูกจ้างควรจะลางานเพื่อที่จะพักตัวรักษา แพทย์จะเป็นผู้รายงานกับบริษัทประกันว่าลูกจ้างควรจะได้รับการค่าชดเชยจากบริษัทประกัน

 

       โปรดจำไว้เสมอว่า การชดเชยสิทธิและประโยชน์ต่างๆที่ท่านจะได้รับ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบริษัทประกันตกลงยอมรับที่จะชดเชยเงินให้แก่ท่าน หากเคสของท่านถูกปฏิเสธจากบริษัทประกัน จงอย่าได้ท้อแท้ใจท่านควรจะปรึกษาสำนักงานทนายความของดิฉัน หรือ ปรึกษาทนายที่เชี่ยวชาญเรื่องคดีอุบัติเหตุจากการทำงาน เพื่อช่วยให้ท่านได้รับการคุ้มครองโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ารักษาพยาบาลของท่าน

 

       หลายคนค่อนข้างกังวลเรื่องค่าจ้างทนายหากให้ทนายเป็นผู้ดำเนินเรื่องแทน แต่แท้จริงแล้วกฏหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียได้กล่าวไว้ว่า ทนายไม่มีสิทธิ์รับเงินค่าจ้างล่วงหน้า หากไม่ได้รับการตัดสินจากผู้พิพากษา จำไว้เสมอว่าทนายจะไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างใดๆทั้งสิ้นหากเคสของลูกจ้างไม่ได้รับการชดเชยจากบริษัทประกัน ทนายจะได้รับค่าจ้างเมื่อเคสเสร็จสิ้นแล้ว โดยปรกติจะได้แค่ 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินชดเชยทั้งหมด แบบนี้เรียกว่าต่างคนก็ต่างได้ เพราะลูกจ้างไม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับการที่จะต้องดำเนินเรื่องเอกสารเอง และลูกจ้างเองก็จะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างเต็มที่ จนสามารถกลับไปทำงานอย่างปรกติได้ ซึ่งไม่ถือเป็นความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการเรื่องเอกสารแต่อย่างใด

 

       ดิฉันต้องการบอกให้ลูกจ้างที่ได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในที่ทำงานว่า ควรจะหาทนายเพื่อช่วยเหลือ ไม่ใช่เพราะดิฉันเป็นทนาย แต่ดิฉันรู้เรื่องสิทธิต่างๆ เป็นอย่างดี ลูกจ้างสมควรจะได้รับการช่วยเหลือเรื่องต่างๆ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินจ้างทนายล่วงหน้า โดยเฉพาะทนายจะมีฐานข้อมูลอย่างกว้างขวาง ในเรื่องของแพทย์ผู้รักษา หรือล่ามเพื่อช่วยเหลือในภาษาต่างๆ


       กฏหมายมีไว้เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ซึ่งควรที่จะรับรู้เพื่อรักษาสิทธิของตัวท่านเองให้ได้มากที่สุด

 

โปรดติดตามเรื่องกฎหมายว่าด้วยเรื่องอุบัติเหตุในตอนต่อไป

 

 

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ณิภา ก้อนคำ
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :