3 ปี เต็มที่ไม่ได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่กับบรรยากาศแบบ white Christmas จำได้ว่าปีก่อนโน้น และปีที่แล้วมีหิมะตกลงมาก่อนเทศกาลประมาณ 6-7 นิ้ว หลังจากนั้นก็มีฝนตกลงมาละลาย น้ำไหลเจิ่งนองตามถนน เปียกแฉะไปตามจุดต่างๆ ที่ต่ำกว่า อากาศที่อบอุ่นขึ้นทำให้บรรยากาศคล้ายๆ เริ่มฤดู Spring หลายๆ คนบ่นว่าอาจเป็นเพราะอิทธิพลของโลกร้อน บางคนชอบบางคนไม่ชอบ สนามหญ้าโป่งยอดออกมาเหนือพื้นเป็นหย่อมๆ มองเห็นสีเขียวอ่อนคล้ายพรมเทียม ต้น Dogwood หน้าบ้าน และหลังบ้านผลิใบเป็นปุ่มเล็กๆ เท่าเม็ดถั่วหิมพานต์ หลังจากนั้นไม่กี่วันอากาศกลับมาหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดต่ำแบบวันต่อวัน ทำให้กลีบฝ่อเหี่ยวตายไปในที่สุด เพราะอยากเกิดผิดฤดูกาล (แม้แต่ต้นไม้ยังโดนธรรมชาติหลอก...) จริงๆ แล้วเสน่ห์ของบ้านเมืองโซนทางฝั่งตะวันออกของอเมริกา และนิวอิงแลนด์ตอนบน คือสีนของธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมตัวเองตามฤดูกาลต่างๆ ฤดูร้อน-ฝน(Summer-Spring) จะมองเห็นความเขียวขจีไปเกือบทุกพื้นที่ในส่วนที่เป็นป่า ฤดูใบไม้ร่วง(Fall)จะได้สัมผัสกับความงามของใบไม้หลากหลายชนิด ใบสีเหลือง ส้ม แดง มองเห็นสุดลูกหูลูกตา เฉด สีเหลือง ส้ม แดงไล่อ่อนแก่เป็นชั้นๆ ส่วนฤดูหนาว(Winter) ก็จะเห็นสีขาวไปทุกผืนหญ้า ดูคล้ายๆ ภาพขาว-ดำบนกระดาษขาวที่มีภาพเขียนด้วยลายเส้นดินสอ มีรูปภาพโดดเด่นลอยขึ้นมาเป็นส่วนน้อย ปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่าของสีขาวกระดาษเป็นไปตามความวาดฝัน-จินตนาการของคนดู เทศกาลคริสต์มาส กับปีใหม่เป็นเทศกาลสุดท้ายของปี ความสนุกสนาน รื่นเริง ความสุข ความทุกข์ ที่มีตั้งแต่ต้นปีก็จะมาสิ้นสุดลงในเดือนนี้ ส่วนจะจบ หรือจะต่อเนื่องไปถึงปีหน้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เศรษฐกิจย่ำแย่ สังคมวุ่นวาย การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่มีอยู่ก็คงยังจะมีต่อไปตามกลไกของธรรมชาติ และสังคมเมือง ความงามของ White Christmas 2009 ในปีนี้ได้มาเตือนสติให้เราได้รับรู้ ตั้งจิต ตั้งใจไปในทิศทางที่สบายๆ สนุกสนาน รื่นเริง ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ไม่เป็นทุกข์ รู้จักวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือพูดแบบพระพุทธองค์ คือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบานอยู่ตลอดเวลา นำเอาความงามของธรรมชาติมาเป็นแรงผลักดัน สร้างกำลังใจให้ตัวเอง ครอบครัว และสังคมรอบข้างให้ออกมาในแนวทางที่สบายใจ ไม่เครียด ไม่เป็นทุกข์ไปกับสังคมที่เป็นพิษ ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ประเทศไม่ใช่เป็นของเราคนเดียว สังคมเมืองเป็นของทุกๆ คน มีองค์ประกอบที่เหมือนกัน คือ หิว อิ่ม หัวเราะ และร้องไห้ จะอยู่ในส่วนใดของโลก หรือ “ภายใต้ฟ้าโลกเดียวกัน” สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สีขาวก็ให้ยึด “หลักการ” เดียวกัน นะครับ
ช่วงปลายปี ของทุกๆ ปีจะเป็นช่วงฤดูกาลแห่งการจับจ่ายซื้อของ เป็นช่วงของการสรุปข้อมูลความเป็นอยู่ของชีวิต เป็นช่วงสรุปรายรับ-รายจ่ายในวงการธุรกิจ การแจกจ่ายโบนัส การให้ของขวัญ ผู้รับเริ่มมอง และรอว่าปีนี้จะได้อะไรมาเป็นของขวัญ เป็นกำลังใจ ส่วนผู้ให้จะเริ่มเตรียมการที่จะให้อะไรที่จะทำให้ผู้รับมีความสุข และพึงพอใจ ทั้งผู้ให้ และผู้รับมีความสุขที่แตกต่างกัน ผู้รับมีความสุขที่จะได้ และผู้ให้มีความสุขที่จะมอบ เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่จะเป็นช่วงที่เตือน และกระตุ้นสรุปกิจกรรมของความเป็นอยู่ ทุกเพศทุกวัยก็จะเหมือนกันหมด เริ่มจากเด็กๆ จะเตรียมตัวสอบ และเรียนในเทอมสุดท้าย คนทำงานเริ่มหาข้อสรุปรายรับรายจ่าย และความเป็นอยู่ คนมีอายุเริ่มมองหาลูกหลาน คนห่วงใย ฯลฯ สำหรับ ปลายปี 2009 นี้ หากจะลองนั่งฝึกสมาธิ เจริญภาวนา และมองว่าจริงๆ แล้ว “โลกของเราก็เป็นอยู่อย่างนี้มาเนิ่นนาน” ก็จะได้ความสบายใจ กระผมขอนำเอาภาพเด่นประจำปีในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ซึ่งมีเทศกาล Halloween-Thanksgiving & Christmas และภาพทิวทัศน์สวยๆ เพื่อส่งความสุขในวันปีใหม่อันใกล้จะถึงนี้ พร้อมกับคำว่า สุข สดชื่นสมหวัง และ Happy New Year มาฝากเป็นของขวัญแด่คุณผู้อ่านทุกท่านเพื่อเป็นของขวัญ และให้กำลังใจซึ่งกัน และกันสำหรับปี 2010 อันที่จะมาถึงนี้ครับ
ขอให้ความเลวร้ายต่างๆ หายไป กับปีเก่า ส่งท้ายไปพร้อมแสงตะวัน และรอรับแต่สิ่งดีๆ กับปีใหม่อันใกล้จะถึงนี้ ครับ