และยังเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี (28 เม.ย. 2553) นับเป็น “แบบอย่างของการครองเรือน” ที่ดี และเป็น “เอกอัครศาสนูปถัมภก” ที่พระเกียรติคุณเป็นที่ชื่นชมไปทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จึงสานต่อจัดโครงการสร้าง “หอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส” ที่เดียวในโลก ที่จะเป็นสถานที่รวบรวมพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจทุกด้านของทั้งสองพระองค์ ที่ทรงตรากตรำพระวรกายในการช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยเฉพาะเนื้อหาซึ่งพระองค์ทรงครองสมรสอย่างยาวนาน อันเป็นแบบอย่างของการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นแก่พสกนิกรชาวไทยที่ควรนำไปประพฤติปฏิบัติ
หอเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ ด้านบนจะสร้างเป็นหอสูงเพื่อประดิษฐานระฆังจำลองทำจากทองคำคู่ ที่ทำเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองที่ทรงราชาภิเษกสมรสครบ 50 ปี โดยองค์ระฆังจริงได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทั้งสองพระองค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าเมื่อการสร้างแล้วเสร็จ สถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ตัวแทนความรักที่ยิ่งใหญ่ของทั้งสองพระองค์ และจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองไทย
“เมื่อ 10 ปีก่อน 28 เม.ย. 2543 เราจัดให้มีพิธีเฉลิมฉลอง 50 ปี ราชาภิเษกสมรส ในครั้งนั้นมีกิจกรรมการหล่อระฆังทองคำคู่ ประกอบด้วย ระฆังมหาราชา มีพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และระฆังราชินี มีพระนามาภิไธย ส.ก. ทำจากทองคำแท้ หนักลูกละ 50 บาท ขนาดความสูง 9 ซม. ความกว้าง 5.9 ซม. เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายทั้งสองพระองค์
ในโอกาสเดียวกันนั้น เราได้หล่อระฆังทองคำจำลอง 2 ลูก (ปิดทองคำเปลว) สูง 139 ซม. กว้าง 59 ซม. เหมือนของจริง เว้นแต่ขนาด ซึ่งระฆังจำลองคู่ที่ยังไม่ได้นำไปประดิษฐาน เนื่องจากยังไม่มีสถานที่ก่อสร้างหอระฆังที่เหมาะสม จึงเก็บรักษาไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อหอเฉลิมพระเกียรติฯ แล้วเสร็จ จะนำระฆังจำลองทองคำขึ้นประดิษฐาน” ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าว
ด้วยงบประมาณในการจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรสมากถึง 300 ล้านบาท คณะจัดทำหอเฉลิมพระเกียรติฯ จึงจัดทำที่ระลึกพิเศษ “พระสมเด็จพุทธรัตนมณี” ทำจากเพชรแท้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์และวงการพระเครื่องไทย มอบให้แด่ผู้สมทบทุนมูลค่า 189,999 บาทด้วย
พระสมเด็จพุทธรัตนมณี
วริศรียา บุญสม หนึ่งในคณะกรรมการจัดหารายได้ก่อสร้างโครงการหอเฉลิมพระเกียรติฯ เล่าว่า “พระสมเด็จพุทธรัตนมณี” ถือเป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด จัดทำเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่สมทบทุนสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ มูลค่า 189,999 บาท จะได้รับพระสมเด็จพุทธรัตนมณี ฝังเพชรแท้ พระปางสมาธิทองคำ ถือเป็นอมตะพระเครื่องชั้นสูง มีคุณค่าทางจิตใจ ประดับด้วยมณีรัตนชาติ 3 ชนิด ได้แก่ เพชร เอกแห่งรัตนะทั้งปวง บุษราคัม อัญมณีที่ทรงพลังและความเมตตา และไพลิน อัญมณีแห่งสวรรค์ จิตใจมั่นคงตั้งอยู่ในความดีงาม กับโลหะชาติอีก 1 ชนิด คือ ทองคำ ซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งโลหะ สัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง จัดทำจำนวนจำกัดเพียง 5,999 องค์เท่านั้น ไม่มีการจำหน่าย
 |
| ดร.จรินทร์ สวนแก้ว |
“สำหรับพระสมเด็จพุทธรัตนมณีทองคำ ประดับด้วยอัญมณีรัตนชาติทรงซุ้มระฆังบนบัลลังก์เมฆ ประดับเพชรกรอบล้อมรอบองค์พระ ลักษณะ ทรงซุ้มระฆังทำจากทองคำ 18K น้ำหนักเนื้อทองโดยประมาณ 25 กรัม ซุ้มระฆังขอบรอบนอกประดับไพลินยอดซุ้มด้านหน้าประดับด้วยบุษราคัม ตัวองค์พระประดับเพชร จำนวน 60 เม็ด ฐานบัลลังก์เมฆประดับเพชร จำนวน 134 เม็ด น้ำหนักโดยรวมอยู่ระหว่าง 1.558 กะรัต โดยมีการรับรองคุณภาพที่ออกโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้านล่างใต้ฐานองค์พระมีตราสัญลักษณ์ 5 ธันวามหาราช ด้านหลังองค์พระทำจากทองคำ 18K ประกอบรองลายขัดเงา มีตราสัญลักษณ์ระฆังทองคำคู่ และมีข้อความ “เฉลิมฉลองครบรอบราชาภิเษกสมรส 60 ปี” ใต้ฐานองค์พระมีรหัสหมายเลขกำกับ ซึ่งตรงกับใบรับรองคุณภาพ และที่สำคัญสามารถสลักชื่อผู้จองหรือบุคคลที่ต้องการมอบให้ได้” วริศรียา บอก
หอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส 60 ปี
“ระฆัง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก พระเกียรติคุณเกริกไกร ดังนั้นจึงต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมในการประดิษฐานระฆังทองคำจำลองขึ้น จากการเตรียมงานมานานนับ 10 ปี เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสม ในที่สุดก็ได้สถานที่สร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ จัดสร้างบนเนื้อที่ 9 ไร่ บริเวณมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะกรรมการหลากหลายหน่วยงานร่วมดำเนินการจัดสร้าง อาทิ กระทรวงการคลัง กรมศิลปากร กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของชาติ เน้นศิลปกรรมร่วมสมัยรัชกาลปัจจุบัน
วริศรียา เล่าว่า หอเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย ห้องแสดงพระราชประวัติ ห้องแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ สำนักงานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช และห้องประชุมเล็ก บริเวณชั้น 2 จัดเป็นลานอเนกประสงค์ ห้องนิทรรศการเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก หอระฆังเฉลิมพระเกียรติ และห้องประชุมใหญ่
“กว่าจะได้สถานที่ที่เราคัดเลือกหลายแห่งทั้งพื้นที่ที่เหมาะสม ทัศนียภาพ เมื่อปี 2551 เราเพิ่งได้สถานที่ตรงมหาวิทยาลัยสงฆ์ พื้นที่ 9 ไร่ เป็นสถานที่ที่เหมาะสม สงบ ร่มเย็น สามารถจัดพระราชพิธีได้หลายๆ อย่าง พอเราได้ที่ เราจึงมีการออกแบบหอเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พัฒนาแบบมาเรื่อยๆ แต่ไทยมีปัญหาด้านการเมืองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว พอบ้านเมืองสงบเราจึงนำโครงการนี้มาสานต่อ เพราะเป็นวาระที่สมควรแล้ว”
สร้างด้วยศิลปะร่วมสมัยรัชกาลปัจจุบัน
 |
| วริศรียา บุญสม |
ลักษณะการก่อสร้างอาคารหอเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างโดยใช้ศิลปะร่วมสมัยรัชกาลปัจจุบัน
“เราตั้งใจจะสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส ให้กลายเป็นสถานที่สำคัญยิ่งของคนไทย การออกแบบอาคารจึงเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะไทยยุคเก่าและยุคใหม่ไว้ด้วยกัน ยุคเก่า เช่น รัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงตอนปลาย มีการเปลี่ยนแปลงศิลปกรรมมาตลอด มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยต่างๆ เป็นระเบียบ มีน้ำพุตั้งประดับตกแต่งอย่างสวยงาม หอนี้ถ้าแล้วเสร็จจะมีความหมายยิ่งต่อคนไทย เพราะไทยเราปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ ทั้งสองพระองค์ได้มีการราชาภิเษกสมรสที่ยาวนานที่สุดในโลก หอเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ จะเป็นหอที่แสดงความรักที่ยั่งยืนยง และสถานที่ที่สร้าง 9 ไร่ ใหญ่มาก เวลาที่เครื่องบินจะลงที่สุวรรณภูมิก็จะสามารถเห็นหอเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ได้จากมุมสูง เพราะรอบๆ สถานที่ไม่มีอาคารสูงเลย ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศไทยด้วย” วริศรียา บอก
เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างอาคารในครั้งนี้ ต้องใช้เงินมากถึง 300 ล้านบาท ทางคณะอนุกรรมการฝ่ายหาทุนสร้าง “หอเฉลิมพระเกียรติฯ” จึงได้มีดำริในการจัดทำ “พระสมเด็จพุทธรัตนมณี” ด้วยเพชรแท้ขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการพระเครื่องในประเทศไทยด้วย ใครสนใจสอบถาม 02-952-7230 ต่อ 238