พิธีเปิดแสงไฟเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม
พิธีเปิดแสงไฟเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม ณ เวทีป้อมมหากาฬ ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552
นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราชัก (Dato’s Mohd Najib bin Tun Abdul Razak) เป็นประธานร่วมการประชุมหารือประจำปี ครั้งที่ 4 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
การประชุม ประกอบด้วยรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย
รัฐมนตรีและบุคคลระดับสูง ฝ่ายมาเลเซีย ประกอบ ดาโตีะ ซรี อะนิฟาห์ อามาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะ ซรี อ่อง ที เกียต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนส่งมาเลเซีย ดาโต๊ะ ซรี ดร. อาหมัด ซาฮิด ฮามิดิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดาโตีะ ซาซิมัน อบู แมนซอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการ ดาโต๊ะ อิซามุดดิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดาโต๊ะ ซรี โมฮาเหม็ด คาเล็ด นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา ดาโต๊ะ มุสตาปา โมฮาเหม็ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม ดาโต๊ะ ดร. เอส ซุบรามานิอัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานร่วมงานแถลงข่าวผลการหารือ ดังนี้ การประชุมหารือประจำปี ครั้งที่ 4 ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับมาเลเซีย จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักไทยและ ดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัก นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซียเป็นประธานร่วมการประชุม ซึ่งดำเนินไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมิตรที่ใกล้ชิด และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การประชุมหารือประจำปี ครั้งที่ 4 จัดขึ้นช่วงเดียวกันกับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซียระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2552 ใน ฐานะมิตรและประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการเสริมสร้างและส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งหารือแนวทางในการขยายความร่วมมือระหว่างกันเพื่อรองรับกับการเปลี่ยน แปลงของสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีของไทย กับมาเลเซียมีความพอใจกับสถานะความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเห็นว่ามีลักษณะอบอุ่นและเป็นมิตร ตลอดจนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้ง สองฝ่ายแสดงความพอใจกับระดับความสัมพันธ์ทางการค้าในปัจจุบัน และหวังว่าจะขยายเพิ่มพูนขึ้น ในการนี้ฝ่ายมาเลเซียได้เชิญให้ประเทศไทยเข้าไปลงทุนมากขึ้นในมาเลเซีย ซึ่งฝ่ายไทยจะส่งคณะผู้แทนทางการค้าและการลงทุนไปเยือนมาเลเซียในต้นปี 2553 เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมาเลเซีย
ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า การประชุมหารือประจำปีเป็นโอกาสอันดีในการระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างรอบด้าน ในการหารือประจำปี ครั้งที่ 4 ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึงปัญหาข้ามชายแดนไทยกับมาเลเซีย ความร่วมมือในการแก้ไขความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) และความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับมาเลเซียและภูมิภาค รวมทั้งความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยกับมาเลเซียเห็นว่ากลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ อาทิ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทยกับมาเลเซีย (JC) และคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย (JDS) ซึ่ง มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการหารือประเด็นที่มีความห่วงใยร่วมกัน และอำนวยความสะดวกทางความร่วมมือในด้านต่างๆ
ทั้งสองฝ่ายยืนยันในการให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดน ไทยกับมาเลเซีย ได้แก่ การต่อต้านการค้ามนุษย์ การลักลอบยาเสพติด และอาวุธ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยกับมาเลซียเห็นพ้องในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการต่อ ต้านการค้ามนุษย์โดยการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายในปี 2553 สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง ทางทะเล ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างกัน ด้านการลาดตระเวนร่วมเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ยาเสพติด และอาวุธ เพื่อสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาโจรสลัดในช่องแคบมะละกา
นายกรัฐมนตรีของไทยกับมาเลเซียได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมกันประนามความรุนแรงโดยบุคคลและกลุ่มก่อความไม่สงบซึ่งประสงค์ร้าย ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก มาเลเซียยืนยันการสนับสนุนไทยในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบโดยแนวทางสันติวิธี ทั้งสองฝ่ายยืนยันคำมั่นในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงรวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย รวมทั้งเห็นพ้องว่าการเสริมสร้างความเชื่อมโยงดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับการ ส่งเสริมประชาคมอาเซียน และการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาคมอาเซียนโดยรวม นายกรัฐมนตรีของไทยกับมาเลเซียเห็นพ้องในการสานต่อความร่วมมือภายใต้มาตรการเสริมสร้างความไว้วางใจ (Confidence Building Measures –CBMs) ตามแนวทาง 3Es ได้แก่ การศึกษา (education) การจ้างงาน (employment) และการประกอบการ (entrepreneurship) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายพอใจกับความคืบหน้าทางความร่วมมือในทั้งสามด้าน
ในการนี้ นายกรัฐมนตรีไทยกับมาเลเซียจะเยือนจังหวัดนราธิวาสและรัฐกลันตันในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 เพื่อร่วมเป็นประธานในการตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่ง ที่สองซึ่งเชื่อมโยงบ้านบูเก๊ะตากับบูกิตบุหงา เป็นสะพานมิตรภาพ รวมทั้งร่วมสังเกตการณ์ความคืบหน้าของมาตรการเสริมสร้างความไว้วางใจ ได้แก่ เยี่ยมชมโรงเรียนอัตตัรกียะอิสลามียะห์ นิทรรศการหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล และพบปะกับผู้แทนของประชาชนในท้องถิ่น ไทยกับมาเลเซียแสดงความมุ่งมั่นในการเสร็จสิ้นการเจรจาความตกลงเดินทางข้ามแดน ภายในปี 2553 เพื่อ อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามแดนไทยกับมาเลเซีย รวมทั้งสานต่อการหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคในการเชื่อม โยงฐานข้อมูลบัตรประจำตัวแบบ Smartcard ขอบไทยกับ Mykad ของมาเลเซีย
ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านอุดม ศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับกระทรวงอุดมศึกษาของมาเลเซีย ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเยาวชนเป็นอนาคตของทั้งประเทศไทยกับมาเลเซีย และกีฬาเป็นภาษาสากล ซึ่งข้ามพรมแดนและเชื้อชาติ
ในการนี้ นายกรัฐมนตรีไทยกับมาเลเซียขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเจรจาการ จัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา ภายในปี 2553 อันจะช่วยส่งเสริมมิตรภาพและความปราถนาดีระหว่างเยาวชนของทั้งสองประเทศ และการเสริมสร้างการสร้างความเป็นประชาคมอาเซียนทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งรัดโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่สองและสะพามมิตรภาพแห่งที่สามข้ามแม่น้ำโก-ลกเชื่อมสุไหงโก-ลกกับรันเตาปันจัง และตากใบกับเปิงกาลันกุโบร์ ตามลำดับ ไทยยินดีกับการพัฒนาโครงการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างสิงคโปร์กับคุมหมิง (Singapore-Kunming Railway Link –SKRL) โดยเฉพาะการก่อสร้างทางคู่เชื่อมโยงอิโปห์ – ปาดังเบซาร์ และระหว่างเซเรมบัน – เกมัส
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายแสดงความสนใจในการโครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมระหว่างจังหวัด สตูลกับรัฐปะลิส ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับมาเลเซีย ตลอดจนสนับสนุนแผนการเชื่อมโยงในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ที่จะประชุมร่วมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดทำกรอบการอำนวยความสะดวกเรื่อง การผ่านแดนสำหรับสินค้าและผู้โดยสารจากไทยผ่านมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ และจากมาเลเซียผ่านไทยไปยังกัมพูชา ลาวและพม่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 โดย ให้สอดคล้องกับความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า ผ่านแดน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขนส่งทางบริการอย่างเสรี และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายใต้กรอบ JDS เพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเชื่อมโยงระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ของไทยกับภาคเหนือและภาคตะวันออกของมาเลเซีย (Southern Development Plan (SDP) and Northern Corridor Economic Region (NCER) and East Coast Economic Region (ECER) in Malaysia) ในโอกาสแรก
ทั้งสองฝ่ายฝ่ายเห็นถึงศักยภาพและโอกาสอันมหาศาลของอุตสาหกรรมการค้าฮาลา ลสำหรับ ภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการชาวมุสลิม นายกรัฐมนตรีไทยกับมาเลเซียตระหนักว่าทั้งสอง ประเทศควรนำความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล อาทิ การนำความเชี่ยวชาญจากองค์กรการพัฒนาอุตสาหกรรม ฮาลาลของมาเลเซียด้านการพัฒนาตลาดสินค้าฮาลาลพัฒนาเชื่อมโยงกับความเชี่ยวชาญของเทคนิควิทยาศาสตร์ฮาลาลศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล (HSC) จุฬา