สวัสดี ศรีสวัสดิ์ ทุกๆ คน ได้รับอีเมล์มากมายจากเพื่อนฝูง ทั้งในประเทศอเมริกา กะ ต่างประเทศ ไม่ยักกะรู้ว่ามีคนสนใจข่าวคราวคนไทยในอริโซน่า เอ๊าตามคำเรียกร้องปลีกเวลาทำงานส่วนตัวมาเจ๊าะแจ๊ะหาข่าวสังคมไทยในอริโซน่าให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบข่าวคราวกัน...
.....เริ่มแรกฉบับนี้ ถือโอกาสเข้าสัมภาษณ์พิเศษ ล็อกคิวบุคคลนี้ไว้ก่อนหาตัวไม่เจอเพราะทราบว่าคิวเธอยุ่งยิ่งกว่าดารา คนเด่นคนดังอริโซน่า เราเดินทางมาถึงบ้านตามเวลานัดหมาย “ปุ้มปุ้ย” ชื่อเล่นของเธอ ออกมาต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเจ้าหมาตัวน้อยสองตัว เปิดบ้านแสนน่ารัก ให้เราเข้าไปชมพร้อมเลี้ยงอาหารอย่างอิ่มหมีพีมันก่อนเปิดบทสัมภาษณ์ เธอบอก “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง (ที่อิ่ม)” คุณอัจฉริยา เอื้อเฟื้อ เลขาธิการสภาวัฒนธรรมไทยแห่งอริโซน่า กล่าว

คติประจำใจ: สิ่งที่เรียนรู้ คือ สิ่งที่ต้องจดจำ ล้มแล้วลุก อย่าท้อถอย สู้จนถึงที่สุด
ผู้สัมภาษณ์: ทราบว่าตอนนี้คิวงานยุ่งพอสมควรกับตำแหน่งที่ดำรงอยู่ อยากทราบว่ามีอะไรบ้างครับ
ท่านเลขาฯ : ตอนนี้ก็ยังดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาวัฒนธรรมไทยแห่งอริโซน่า, เลขาฯ ศกร. กศน. วัดพรหมคุณาราม, ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมเอเซี่ยนอเมริกันแห่งอริโซน่า, คณะกรรมการบริหารองค์กรสาธารณสุขเพื่อชุมชนเอเซีย และ กรรมการผู้จัดการ บริษัทมายลายซ์ยูเอส คะ
ผู้สัมภาษณ์: มีตำแหน่งหลายตำแหน่งในเวลาเดียวกัน ไม่ยุ่งแย่หรือครับ
ท่านเลขาฯ : ไม่คะ คือแบ่งเวลาทำงานให้เท่ากัน งานไหนกระชั้นชิดก็ทำก่อน เพราะส่วนมากเป็นงานองค์กรก็จะทราบล่วงหน้าว่ามีงานเมื่อไหร่และต้องเตรียมให้พร้อมอย่างไร อย่างงานสภาฯ คือ วันวัฒนธรรมไทย ที่เราจะจัดกันปีละครั้ง ก็จะมีการประชุมแบ่งงานในแต่ละแผนกไป ส่วนของปุ้มก็จะอยู่ฝ่ายประสานงานเอกสาร สื่อโฆษณา ติดต่อฝ่ายราชการต่างๆ ส่วนท่านประธานฯ คือคุณจันทรา ชูสกุล ก็จะดูแลเรื่องงบประมาณ คุณบัวลอย แชปปริ้น ท่านรองประธาน ดูแลเรื่องฝ่ายจัดการร้านค้า อาหาร คุณกำจัด หิรัญรัตน์ ท่านรองประธานอีกท่าน ก็จะดูแลฝ่ายสถานที่ คุณวัชราภรณ์ หนูมี เหรัญญิกก็จะดูแลเรื่องการเงิน คุณจุฑารัตน์ ค้าผล หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ และ คุณมาร์ตี้ ก็จะดูแลเรื่องพีอาร์ ส่วนคุณศานิต เพียรซี่ และคุณขนิษฐา โฆษิต ก็จะดูแลเรื่องการแสดง คือทุกคนมีหน้าที่ต่างกันไปเราทำงานกันเป็นทีม จริงๆแล้ว สภาฯ เป็นหนึ่งหน่วยงานของวัดพรหมคุณาราม คือทางวัดไม่เพียงแต่ให้ความรู้ ในภาคทฤษฏีและปฏิบัติทางศาสนา แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศเท่านั้น แต่เรายังไปเข้าไปมีส่วนกับองค์กรอื่นในอริโซน่า ทางเราได้รับเกียรติจากหน่วยงานราชการและสถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น City of Phoenix, Arizona Asian American Association, Arizona State University, Asian Pacific Community in Action รวมไปถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เราได้มีโอกาสเข้าไปเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณี และศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมกิจกรรมต่างๆ ในขณะนี้ ทางวัดได้ขยายห้องทำงาน ห้องประชุมออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับงานที่มีมากขึ้น เราได้อาสาสมัครเป็นชาวอเมริกันเข้ามาช่วยในเรื่องงานธุรการฝ่ายต่างประเทศหลายท่านด้วยกัน งานสภาฯ แม้จะจัดเพียงปีละหนึ่งครั้งแต่งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาฯ ก็มีเข้ามาตลอดปีค่ะ

ไปฝึกงานเรียนรู้ของ ศกร. กศน. ที่สระแก้ว ประเทศไทย
ผู้สัมภาษณ์: แล้วในส่วนของ ศกร. กศน. ละครับ
ท่านเลขาฯ : นอกเหนือจากดูแลฝ่ายธุรการ เป็นผู้ปกครองนักเรียน ติดต่อประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการทางประเทศไทยแล้ว ก็ยังสอนด้วย สอนภาษาไทย ให้กับเด็กๆ ทุกวันอาทิตย์ จัดกิจกรรม เช่นนำเด็กๆ ทำบอร์ดงานต่างๆ, จัดนิทรรศการ งานสภาฯ, จัดเต็นท์ งานมหกรรมเอเซี่ยนอริโซน่า เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ของชุมชนไทยในอริโซน่า รวมไปถึงงานโปรโมทของ ททท, ดูแลต้อนรับ ข้าราชการระดับบริหารของ กศน. จากประเทศไทยที่เดินทางมาดูงานในสหรัฐอเมริกา, บางครั้งก็พาเด็กๆ ไป ฟิลทริป (เมื่อเดือนที่แล้วพาไปว่ายน้ำ ได้ความอนุเคราะห์จากคุณริชชี่และคุณตุ๊กตา ร้านพิ้งเปปเปอร์ แชลเลอร์ เปิดสระให้แถมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย) ช่วงนี้ก็กำลังวางโครงการเวิร์กชอประยะสั้น เช่น งานประดิษฐ์กระดาษ, งานแกะสลักไทย, อาหารไทยโดยอาชีพ ซึ่งจะมีวิทยากรมืออาชีพและมีความชำนาญมาให้ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจ ที่ ศกร.กศน. วัดพรหมฯ ยังมี สอนรำไทย สอนดนตรีไทย และ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เป็นการศึกษาอย่างต่อเนื่องด้วยคะ โดยทางเราได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก ส่งนิสิตอาสาสมัครมาสอนทั้งปี
ทั้งนี้และทั้งนั้น ทุกโครงการก็เป็นงานที่ ท่านพระครูวิเทศพรหมคุณ ท่านเจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม และ หัวหน้าศูนย์ ศกร. กศน. วัดพรหมคุณาราม วางไว้ จึงไม่แปลกว่าทำไมวัดพรหมคุณารามมีงานหรือมีหน่วยงานติดต่ออย่างต่อเนื่อง คือที่อริโซน่า วัดพรหมคุณารามเป็นหลักใหญ่สำหรับหลายๆ อย่าง ไม่เพียงแต่เฉพาะศาสนกิจของสงฆ์เท่านั้น แต่รวมไปถึงกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณีไทย โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ งานข่าวสารที่มีผลต่อสาธารณะชน ... ยกตัวอย่าง กงสุลสัญจร จะมีมาบริการให้กับประชาชนชาวไทยที่ต้องการต่อพาสปอร์ต และอื่นๆ ทุกปีในช่วงงาน วันมหารำลึก อาทิตย์ที่สามของเดือนในปีนี้จะเป็นวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมค่ะ ผู้ที่อยู่รัฐใกล้เคียงก็สามารถมาร่วมใช้บริการได้ เพียงติดต่อนัดหมายไปที่สถานกงสุลใหญ่นครลอส แอนเจลิส เพราะทราบมาว่ารับนัดเพียงหนึ่งร้อยเท่านั้นคะ รีบหน่อยก็แล้วกัน ส่วนโครงการใหญ่ของวัดพรหมคุณาราม ในลำดับต่อไปคือ การสร้างสุวรรณเจดีย์ (ภูเขาทอง จำลอง) ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานเป็นที่เรียบร้อยโดยมีบริษัทของคนไทย จะเป็นผู้ดูแลในการก่อสร้างค่ะ
ผู้สัมภาษณ์: สุวรรณเจดีย์ (ภูเขาทอง จำลอง)? ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับ
ท่านเลขาฯ: ภูเขาทองจำลอง นั้นเป็นโครงการที่ ท่านพระครูวิเทศพรหมคุณ ตั้งใจอยากสร้างให้เป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากท่านมาจากสำนักวัดสระเกศฯ (วัดภูเขาทอง) และท่านก็มีความเคารพรักและศรัทธาในสมเด็จพุฒาจารย์ ในฐานะท่านพระครูฯ เป็นพระลูกชาย (อันนี้ได้ยินท่านพระครูฯ เปรยให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่า สิ่งนั้น หลวงพ่อ (สมเด็จพุฒาจารย์) สอนสิ่งนี้ หลวงพ่อ ก็สอน) ปุ้มเข้าใจว่าท่านพระครูฯ เคารพรักสมเด็จพุฒาจารย์ดั่งพ่อคะ คือท่านเติบโตและร่ำเรียนที่วัดสระเกศ คิดว่าท่านอยากสร้างเพื่อถวายให้สมเด็จฯ ด้วยค่ะ และท่านอยากให้อริโซน่ามีศูนย์วัฒนธรรมไทยอย่างเต็มตัว และมีสถานที่สำหรับท่านผู้แสวงหาบุญมาปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง ตึกสุวรรณเจดีย์จะสร้างเป็นตึกสามชั้นด้วยกัน คือหนึ่งชั้นใต้ดิน ในส่วนหนึ่ง จะเป็นห้องซ้อมดนตรี ซ้อมรำ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมของประเทศแถบอินโดจีน, วันมหารำลึก และ ประวัติความเป็นมาของวัด สำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งรวมถึงร้านกิ๊ฟชอป และเป็นห้องประชุมใหญ่ด้วยคะ คาดว่าห้องนี้จะใหญ่ที่สุดเท่าที่พื้นที่จะอำนวย ท่านพระครูท่านมีสายตาที่กว้างไกล ที่คิดทำชั้นใต้ดินเพราะซิตี้จำกัดที่ในการสร้างตึกบนพื้นที่ดินที่เรามีอยู่ ในชั้นสองก็จะเป็นสถานปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน คือจะเป็นห้องโล่งๆ มีพระประธานให้สักการะ ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานภูเขาทองจำลองขนาดใหญ่ ประดับด้วยแก้วสีทองทั้งองค์เจดีย์ เราจะพยายามให้ยอดพระเจดีย์สูงที่สุดเท่าที่ทางซิตี้จะอนุญาต ตอนนี้ก็เริ่มให้สถาปนิกวาดโครงการแล้ว เริ่มประชุมดำเนินงานกันอย่างจริงจัง เพราะงบประมาณการสร้างน่าจะอยู่หลักสองล้านเหรียญ ยังไงก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ

ถ่ายร่วมกับผู้บริหารส่วนหนึ่งของสมาคมเอเซี่ยนแห่งอริโซน่า ก่อนเข้าไปประชุม World Affair ในเมืองสก๊อตเดล อริโซน่า
ผู้สัมภาษณ์: ส่วนงานสมาคมเอเซี่ยนอเมริกันแห่งอริโซน่า กับองค์กรสาธารณสุข ละครับ
ท่านเลขาฯ : ในส่วนของสมาคมเอเซี่ยนอเมริกันแห่งอริโซน่า คือปรกติก็เป็นไทยไดเร็คเตอร์อยู่ เป็นตัวแทนของชุมชนไทย เพื่อเข้าประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเคลื่อนไหวของชุมชนต่างๆ ทำมาตั้งแต่ปีศูนย์สองก็เจ็ดแปดปี แต่ได้รับเลือกตำแหน่งนี้เมื่อสองปีที่แล้ว และเพิ่งได้รับเลือกอีกวาระหนึ่งค่ะ คือได้รับเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ ค่ะ ตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารจะดำรงเป็นเวลาสองปี หน้าที่ก็ดูแลความเป็นไปของสมาคม, จัดวางงานต่างๆ, อนุมัติในการใช้จ่ายของสมาคม ตอนนี้ก็ช่วยควบคุมดูแลการปรับเปลี่ยนของเวปสมาคมกับทีมงานเว็บ ทั้งเป็นคนดีไซน์หน้าด้วยค่ะ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงประชุมงานอยู่ งานขององค์กรนี้เป็นระดับนานาชาติ มีผู้นำของชุมชนจากสิบสี่ประเทศมารวมตัวกันเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับชุมชนเอเซียในภาครัฐ เวลามีเรื่องฉุกเฉินก็จะมีการประชุมด่วน แล้วนำข้อมูลไปยังชุมชนของตัวเองเพื่อรับทราบต่อ บางครั้งก็รวมไปถึงเรื่องอิมมิเกรชั่นที่เป็นปัญหาอยู่เนืองๆ ด้วย คือองค์กรนี้เป็นศูนย์รวมข้อมูลต่างๆ จากภาครัฐและจากองค์กรอื่นๆ ให้กับชุมชนเอเซียในอริโซน่าค่ะ
สำหรับองค์กรสาธารณสุขเพื่อชุมชนเอเซีย เป็นอาสาสมัครตั้งแต่แรกเพราะเห็นความตั้งใจ ด๊อกเตอร์เคลลี่ ฮู เป็นผู้ก่อตั้งและยังคงทำงานหนักเพื่อชาวเอเซียในอริโซน่า เธอทำมาสี่ปีแล้วคะ เพิ่งแยกหน่วยงานออกมาที่เรียกว่า Steering Committee ปุ้มอยู่ฝ่ายบริหารในส่วน Outreach & Communication บางครั้งก็เป็นล่ามด้วยสำหรับคนไข้ที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษเวลาไปพบแพทย์หรืออยู่ในห้องฉุกเฉิน งานล่ามเยอะค่ะ แต่ภูมิใจกับงานตรงนี้เพราะเราได้ช่วยเหลือคน เพราะใครจะไปรู้ในอนาคต ลูกหลานของคนที่เราเคยช่วยเหลือไว้ วันหนึ่งเขาอาจจะกลายเป็นแพทย์พยาบาลมาดูแลเราเวลาที่เราแก่แล้วต้องเข้าโรงพยาบาล (หัวเราะ) ท่านพระครูวิเทศฯ มักสอนอยู่เสมอค่ะ ในเรื่องของการให้ “คิดดีทำดีก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ย้อนกลับมาหาเรา” คือคิดตามท่าน

งานประจำปีของสมาคมเอเซี่ยนแห่งอริโซน่า วุฒิสมาชิกสภาแห่งอริโซน่า จอร์น ไคล ให้เกียรติมาเป็นแขกพิเศษ
ผู้สัมภาษณ์: แล้วมายลายซ์ยูเอส ละครับ
ท่านเลขาฯ : เป็นบริษัทที่แฟนเปิดให้ คือเป็นงานที่นำเครื่องเงินและหินมาดีไซน์ประกอบกันจะออกแบบอย่างละชิ้น ไม่มีซ้ำ คือประกอบตามศาสตร์ของหิน ให้ถูกลักขณาตามวันเกิด และตามอารมณ์ดีไซน์เนอร์ค่ะ รับสั่งทำพิเศษ แต่คนสั่งต้องตามใจดีไซน์เนอร์นะคะ (หัวเราะ) ตอนนี้กำลังทำคอลเลคชั่น คาดว่าสิ้นปีเปิดอย่างเต็มตัวแต่ทุกครั้งลงมือทำเสร็จชิ้นหนึ่งก็โดนขอซื้อไปก่อน ส่วนมากจะเป็นเพื่อนต่างชาติ เราทำเสร็จแล้วใส่ไปงาน จะถูกถามและขอซื้อจากตัวไปเลย เลยไม่ได้รวมเป็นคอลเลคชั่นสักที คือทุกอย่างลงมือทำเองและประกอบเองทุกชิ้น กะว่าจะให้ได้สัก สี่สิบสามชิ้น ตอนนี้กำลังวางงานเปิดตัว ค่อนข้างพิถีพิถันมากกับงานนี้มาก เพราะทำเองหมดทุกอย่างคะ ตั้งแต่ ดีไซน์โลโก้ ผลิต และ แพ็กเก็จจิ้ง โฮมเมดหมด คือให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่อยากทำอะไรแล้วต้องเจ็บตัวอย่างที่ผ่านมาเมื่อก่อนเชื่อคนง่ายค่ะ ใครชวนทำอะไรก็ทำ แต่ผลสุดท้ายเรากลายเป็นคนไม่ดี ไม่ได้เรื่อง แต่เอ๊ะเราเป็นคนออกเงินหมดนี่น่า ก็เลยไม่รู้ว่าเราโกงเขาหรือเขาโกงเรา เจ็บตัวทำให้เป็นหนี้เป็นสินเพราะเชื่อคนง่าย ปรกติเป็นคนไม่ต่อล้อต่อเถียงกับใคร มองโลกในแง่ดีไปหมด คิดเสมอว่าเราไม่เคยคิดทำร้ายใครก็คงไม่มีใครทำร้ายเรา แต่มันไม่จริงเสมอไปค่ะโดนหลอกตลอด บางทีคิดว่าตัวเองโง่หรือเปล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ตอนนี้ฉลาดขึ้นเยอะต้องขอบคุณ พี่เป้า ไทยรัฐ ที่คอยสอนคอยเตือน คือบทเรียนที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น ทำอะไรทำเองอย่าไปหวังพึ่งใคร คือถ้าใครมาสังญิงสัญญาหรือออฟเฟอร์อะไรอย่าไปเชื่อคะเตือนไว้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือเรื่องส่วนตัว เอาตัวเราเป็นที่ตั้งไว้ดีที่สุด ในวันนี้ปุ้มมีสี่ท่านที่ปุ้มให้ความไว้วางใจ และจะฟังคำเตือนคือ ท่านพระครูวิเทศพรหมคุณ, พี่เป้า ไทยรัฐ, คุณยายและก็คนใกล้ตัวคือแฟน ทั้งสี่ท่านไม่เข้ามายุ่งในการตัดสินใจในเรื่องของงานเพียงจะคอยแนะนำเวลาที่คิดไม่ออก ให้กำลังใจ คุณยายกับแฟนบางครั้งก็ช่วยกำลังทรัพย์ด้วย (หัวเราะ) ปุ้มถือว่าโชคดีที่ได้แฟนดีที่เข้าใจงานของปุ้มตามใจปุ้มทุกเรื่อง ส่วนคุณยายจะคอยเตือนตลอดด้วยความเป็นห่วง สองท่านนี้จึงมีอิทธิพลต่อชีวิตปุ้มมาก รวมไปถึงการทำงาน ไว้สิ้นปีจะให้ชมผลงาน ตอนนี้ขออุบเอาไว้ก่อนค่ะ

รูปนี้ผู้สัมภาษณ์ขอมาเป็นพิเศษ คุณปุ้มเล่าที่มาของรูปว่า มีอยู่รูปเดียวอยู่อริโซน่ามาตั้งสามสิบปี ไม่เคยใส่หมวกคาวบอย ไปเจอใบนี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว ชอบใจสี แต่ซื้อไม่ไหวตั้งห้าร้อยเหรียญ เลยขอใส่ถ่ายรูปแถมให้เจ้าของร้านเป็นคนถ่ายให้อีกต่างหาก
(ขอมาลงซะเลย เป็นไทยคาวเกิร์ล)
ผู้สัมภาษณ์: ทราบมาว่าคุณปุ้มปุ้ยอยู่สหรัฐมานานกว่าสามสิบปี พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมครับว่าครั้งแรกมารู้สึกอย่างไรเปรียบเทียบกับตอนนี้
ท่านเลขาฯ: ค่ะสามสิบปีแล้วค่ะตั้งแต่เด็กโตอยู่กับอริโซน่านี่แหละค่ะ ยังไม่ได้ไปไหนเลย เป็นไทยอริโซเนี่ยน (หัวเราะ) ตอนที่มาใหม่ๆ คุณแม่กับป้าประคอง เพื่อนสนิทของคุณแม่ไปรับปุ้มมาจากเมืองไทย เป็นเด็กเด๋อมากๆ จำได้ก่อนวันเดินทางคุณย่าพาไปดัดผม โอโห หัวฟูขึ้นเครื่องมาเลย พอมาถึงแอลเอ ก็พักบ้านลุงบูลกับน้าแจ๋ว (จำชื่อจริงไม่ได้) ญาติของคุณพ่อสุพจน์ พจน์เนตราคม พอตื่นเช้ามาดูการ์ตูนทอมกับเจอร์รี่ ก่อนเดินทางมาอริโซน่านั่นคือสิ่งที่จำได้ คิดว่าคงแปลกที่ตื่นตาตื่นใจนะคะ มาอเมริก๊า ยังเด็กนี่นะ
พอเดินทางมาถึงอริโซน่าโอโห อากาศหนาวมากกว่าแอลเอ เรามาจากเมืองร้อนใช่ไหมคะ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ทำไมมันร้อนอย่างนี้ มันร้อนกันคนละอย่างจนทุกวันนี้ก็ยังร้อนแบบอธิบายไม่ถูก มันเผาขนผสมเกลือ คือเหงื่อไม่มีออกเพราะมันเป็นเกลือก่อนไง (พวกเราหัวเราะตาม) ยิ่งตอนนี้ยิ่งร้อนจัดเพราะคนเริ่มมาอยู่เยอะมาก ย้ายมาจากไหนกันก็ไม่รู้ โกลโบลวอมมิ่งก็มีผลกระทบนะ เนี่ยคนแย่งกันสูดอากาศที่ขมุกขมัวของเมืองฟีนิกส์อากาศไม่เหมือนสามสิบปีที่แล้ว อยากย้ายเหมือนกันนะ ไปหาอากาศบริสุทธิ์สูดเข้าปอด (ยิ้ม) เอาเป็นอันว่า ฟรีเวย์เมื่อก่อนมีแค่สองสายคืออินเตอร์เสตทสิบเจ็ด กับ รูทหกสิบหก เดี๋ยวนี้มีหลายสายจนเริ่มจำไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างสายลุปสองศูนย์สองมีสองสายขนานกัน บางทีงงเพราะเวลาเพื่อนบอกทางให้วิ่งสองศูนย์สองตะวันตก ปุ้มก็ว่าขับไปถูกทางแล้วนะปรากฎไม่ใช่ กลายเป็นอีกเส้นหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกัน ไปอ้อมโลกแบบวงแหวนค่ะ โทรหากันจ้าละหวั่นว่าเมื่อไหร่จะถึงปรากฏยังอยู่อีกฟากของเมือง จะเป็นอย่างนี้ คือเจ้าถนนหนทางนี่แหละบ่งบอกได้ว่า อริโซน่าเติบโตมากขนาดไหน ไม่ต้องไปมองอย่างอื่นค่ะ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจตกสะเก็ด ทุกอย่างก็คืบคลานไปอย่างช้าๆ ความรู้สึกส่วนตัว อริโซน่ายังเติบโตได้อีก ถ้าน้ำพอใช้ แอร์คอนดิชั่นยังทำงาน โอเคเลย (หัวเราะ) ไม่แน่นะอาจจะเป็นเมืองทำเงินให้สหรัฐมากที่สุดในอนาคตก็ได้ ปุ้มทำนายไว้นะ
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วอะไรที่จูงใจไม่ให้คุณปุ้มปุ้ยโยกย้ายไปอยู่ที่อื่นครับ
ท่านเลขาฯ: คือปรกติเป็นคนชอบเมืองเก่าๆ มันจะมีกลิ่นอายของอารยธรรมที่ควรศึกษา ชอบอยู่เมืองแบบนั้น ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ อริโซน่าถึงเป็นเมืองไม่เก่าแต่ก็มีอารยธรรมของเผ่าอินเดียแดงที่เก่าแก่ เขาอยู่กันมาหกเจ็ดร้อยปี เวลาว่างหรือหากปุ้มเครียดกับงานมากๆ ก็จะขับรถไป ซิโดน่า หรือไปที่ๆ คนไม่ไป ไปวิเวก ไปนั่งริมธารน้ำ ฟังเสียงนก เสียงใบไม้ปลิว ดูปลาว่ายทวนน้ำ นั่งห้อยขาไปในน้ำ ไปดูภูเขาหินสีแดง ไปนั่งสมาธิในหุบเขา... บางทีก็เข้าไปนั่งคุยกับชนเผ่านาวาโฮ เพราะมีเพื่อนเป็นอินเดียแดงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ชอบแบบนั้น อริโซน่า มีอะไรมากมายให้สัมผัส คือเป็นคนชอบเดินทางไปหาประสบการณ์ค่ะ และถ้าเลือกได้อยากอยู่ใกล้น้ำค่ะ เคยไปซานตาครูซ หลงรักที่นั่นอยากไปอยู่เหมือนกัน เป็นเมืองเล็กๆ แต่ธรรมชาติสวยมาก เหมือนอยู่อเมริกาจริงๆ คิดตามปุ้มนะคะ ต้นไม้ใหญ่ครอบคลุมในยามเช้ามีหมอกบางๆ กับไอน้ำค้างที่ยังมีเหลือจากค่ำคืน แล้วก็เสียงนกร้องเพลง นี่แหละค่ะธรรมชาติปฏิบัติ เมืองฟอรัส คิดว่าปีหน้าคงไปดูอีกที เคยขับผ่านริมทะเล แล้วเห็นไลท์เฮ้าส์ สวยมากคะ คิดว่าจะเริ่มมองจุดนั้นเป็นแห่งแรกคะ จะพาคุณยายไปอยู่ให้เจออากาศบริสุทธิ์ ส่วนอริโซน่าเนี่ยเหมือนเมืองแขกอาหรับ ... มีแต่ทะเลทรายกับต้นตะบองเพชร แต่ตัวเองนะชอบอะไรที่ออกแบบแขกๆ อันนี้ต้องโทษคุณยาย(หัวเราะ) ที่ชอบพาไปดูแต่หนังแขกตอนเด็กๆ จำได้ว่าชื่อโรงหนังควีนส์ แถวพาหุรัดหรือบางลำพู เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว มาอยู่ที่นี่ดูได้เลยที่บ้านมีแต่หนังแขกเต็มไปหมด ดูสักเรื่องไหมคะ ปุ้มชอบดนตรี ชอบการเต้นรำ ชอบสีสันในเสื้อผ้าอาภรณ์ อารยธรรมของเขาเก่าแก่มากๆ จนคุณแม่เคยแซว “สงสัยฉันจะได้ลูกเขยแขก” (หัวเราะ) นอกเรื่องแล้ว (หัวเราะ) คือถ้าหากคิดโยกย้ายจริงๆ ก็คงเป็นซานตาครูซคะ คิดจะชวนเพื่อนสนิทไปอยู่ด้วย ไปเปิดอะไรเล็กๆ ทำกัน เพราะงานของบริษัทอยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ยังเอ็กโปซ์อริโซน่าไม่หมดค่ะ

ถ่ายกับ มิสเอเซียอริโซน่าคนแรก ทาริซ่า นวยเวียน ชาวเวียตนาม ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิท ตอนนั้นทำข่าวให้ ไอพีทีวี กับ ไทยทาวน์ยูเอสเอ ในช่วงแรกๆ
ผู้สัมภาษณ์: ถ้าหากคุณปุ้มปุ้ยมีพรสามประการอยากขออะไรมากที่สุดครับ
ท่านเลขาฯ: อืม ถ้ามันเป็นไปได้นะคะ พรแรกคือให้จิตใจทุกคนบนพื้นโลก เลิกคิด อิจฉา ริษยา อาฆาต เพราะสามอย่างนี้นำพาถึงความหายนะในมวลมนุษย์ พรที่สองคงขอให้ทุกคนบนโลกให้รู้จักคำว่า ให้ เพราะการให้จะนำสิ่งที่เรียกว่า สุข มาถึงตัวเรา ส่วนพรสุดท้าย รัก คะ ให้ทุกคนมีความรักเพราะถ้าทุกคนรักก็หมายถึง ความสมบูรณ์ในจิตใจ คือคนเราต้องรักให้เป็น แล้วก็มีรักเดียว นี่หมายถึงรักแบบ Lover ปุ้มยกย่องผู้ชายที่มีรักเดียวใจเดียวนะ แต่โลกนี้คงหายาก เพราะผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย (พวกเราพาหัวเราะ เพราะคุณปุ้มยกนิ้วขึ้นมาสี่นิ้ว) เราถามว่าทำไม เธอบอกว่า ก็ศาสนาอิสลามเขาให้มีเมียได้สี่คน แปลว่าเขาทำการสำรวจและวิเคราะห์มาแล้ว หรือคุณว่าไม่จริง อันนี้ไม่ได้ล้อเลียนศาสนาอิสลามนะ เพราะแม่เลี้ยงของปุ้มก็เป็นอิสลาม แต่เบสในการวิจัยที่อ่านพบมา
ผู้สัมภาษณ์: ขอให้แต่คนอื่น ไม่ขอให้ตัวเองเลยหรือครับ นิยามความหมายดีนะครับ
ท่านเลขาฯ: ก็ขอให้ตัวเองด้วยไงคะ “ก็ทุกคนบนพื้นโลก” (หัวเราะ)... ลองทำดูซิคะ มีแต่ผลดีออกมาให้เห็น ปุ้มทำแล้วมันก็เป็นผลดีต่อตัวปุ้ม เพราะปุ้มไม่คิดอิจฉา ริษยา หรือ อาฆาต ใคร สิ่งไม่ดีก็ไม่เกิด ปัญหาก็ไม่มี หากมีก็แก้ได้เพราะเราวางใจวางตัวเราเป็นกลาง มองสาเหตุว่าทำไมเขาถึงเป็นอย่างที่เขาเป็น เวลาจะโกรธคนอื่นเพราะคำพูดที่เขาพยายามใส่ร้ายในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ปุ้มก็มองพวกเขาอย่างสงสาร เขาคงมีปัญหาส่วนตัว มีปัญหาในจิตใจ เลยหาเรื่องพูดถึงคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องของตัวเอง แต่บางครั้งมันก็รับไม่ไหวนะ บางทีแอบร้องไห้คนเดียว บางทีก็ร้องกับพี่เป้า ไทยรัฐ แต่ส่วนมากกับพี่ชาย ได้ร้องแล้วดีนะ มันเหมือนได้ดีท๊อกซ์ มีหลายครั้งในใจก็ขอบคุณพวกเขาที่ให้ความสนใจเป็นห่วงเป็นใยเรา หวังดีกับเรา เวลาใครทำท่าจะโกรธเรา ก็บอก วันนี้อากาศไม่ค่อยแจ่มใส ไปหาอะไรใส่ปากกันดีกว่า ทานขนมหวานเย็นๆ กันหน่อยดีไหม.
อารมณ์ นี่สำคัญนะ บางทีเพียงชั่ววูบสามารถพูดหรือทำอะไรต่อมิอะไรได้ ให้ตัวเองเสียอนาคตและเสียใจได้ ถ้าหากเราขาดสติ เคยเป็นถึงบอกได้ หาธรรมะในจิตใจของเราเองนี่แหละ คือการแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้เป็นอย่างดี “นิ่งเท่านั้น ใครจะว่าเราอย่างไร ก็นิ่ง เพราะคนที่เดือดร้อนคือคนที่ใส่ร้ายเรา เขาพูดอย่างขาดสติ เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นมันไม่ใช่เรา อย่าเก็บเอามาถือ ถ้าคนเอาขึ้เหม็นๆมาให้เราจะรับเอาไว้ไหม คือถ้าเราอยู่ของเราเฉยๆ ทำงานที่ตั้งใจ เราก็ไม่เดือดร้อนอะไร ทำงานเสร็จพอร่างกายเหนื่อย อาบน้ำแล้วก็นอนหลับสบาย” อันนี้พระท่านสอนมาอีกนั่นแหละ
ผู้สัมภาษณ์: รู้ว่าชอบวิเคราะห์การเมือง อยากฝากอะไรถึงคนที่เมืองไทยไหมครับ
ท่านเลขาฯ: ฝากได้หรือคะ จะได้อ่านกันหรือเปล่า คืออยากให้ทุกคนที่อยู่ที่เมืองไทย หันหน้ามองกันแล้วต่างคนต่างถามว่า “เรายังยืนอยู่บนพื้นแผ่นดินไทยหรือเปล่า“ รักกันดีกว่าทะเลาะกันไม่เกิดประโยชน์ ประวัติศาสตร์ไทยก็มีให้เห็น ปุ้มจากบ้านมาอยู่สหรัฐก็จริง แต่ใจของปุ้มคือคนไทย ไม่ลืมมาตุภูมิที่ปุ้มเกิดค่ะ
ทุกวัตถุที่มีอยู่บนพื้นโลกพัฒนาจากมันสมองของมนุษย์ แล้วทำไมไม่เอาสมองที่พัฒนาวัตถุมาพัฒนาจิตใจด้วย ฆ่ากันไม่ได้เกิดผลอะไร นอกจากน้ำตาและความเสียใจสำหรับญาติพี่น้อง คนที่รักยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างทรมาน อีกทั้งเกิดความแค้นที่ไม่หยุดหย่อน กลายเป็นพันธนาการที่เลวร้ายเกิดขึ้นในจิตใจค่ะ อย่างที่บอก หากพรสามประการที่อยากได้ สามารถสัมฤทธิ์ผล และหากทุกคนทำตรงนี้ได้ ประเทศไทย จะเป็นประเทศมีด้วยวัฒนธรรมและอารยธรรมที่เจริญยิ่งขึ้น และทุกคนบนโลกก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ.

ไปดูงานมหกรรมสินค้าไทยที่เมืองฮูสตัน เท็กซัส