ความเหนียวแน่นในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคุณกษิต ก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เป็นกองเชียร์ก็มองว่า คุณกษิต ไม่ต้องลาออก จะต้องอยู่จัดการกับระบบทักษิณจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะแล้วเสร็จเมื่อไร
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็พากันขับไล่ก่นด่าด้วยคำหยาบคายนานาที่จะสรรหามาได้ ต่างก็ส่ายหน้าไปตามๆ กันว่า หน้าด้านจริงๆ
หากมองแบบคนกลางก็อยากจะเสนอแนะว่า ควรออกไปได้แล้ว เพราะคุณกษิตเคยลั่นวาจากลางสภาว่า หากตำรวจออกหมายจับอย่างเป็นทางการเมื่อไร ตนเองจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทันที จะไม่หน้าด้านอยู่ในตำแหน่งเป็นอันขาด ท่านพูดออกมาอย่างนี้จริงๆ
เมื่อถึงเวลาตำรวจออกหมายจับ ท่านก็พูดไปอีกอย่างหนึ่งว่า ข้อหาที่ตำรวจตั้งว่าเป็นผู้ก่อการร้ายสากลนั้นหนักเกินไป ความจริงท่านแค่ไปเป็นแฟนประจำในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น มิได้เคยคิดก่อการร้ายแม้แต่นิดเดียว บรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น เป็นไปอย่างชื่นมื่นรื่นเริงบันเทิงใจทุกรายการ อาหารดี ดนตรีเพราะ
นักข่าวพยายามถามคุณกษิตแบบรุกฆาตว่า ท่านจะลาออกเมื่อไร เมื่อตำรวจส่งสำนวนให้อัยการ หรือ เมื่ออัยการส่งสำนวนไปถึงศาล
คุณกษิตก็ตอบว่า ต้องดูก่อนว่ากระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับตนเองแค่ไหนหรือไม่
หากอัยการพิจารณาเห็นว่า สำนวนของพนักงานสอบสวนฟังขึ้นแล้วส่งสำนวนฟ้องศาล คุณกษิต ก็คงไม่ลาออกอยู่ดี เพราะตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินว่าการเข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่สนามบิน ถูกหรือผิดเป็นประการใด ก็คงต้องรอต่อไป จะนานเท่าไรไม่มีใครรู้เพราะศาลไทยทำงานช้ามาก แต่ละเรื่องใช้เวลาพิจารณาหลายปี หากศาลตัดสินช้าเท่าไร ประโยชน์ก็จะตกแก่จำเลยทั้งหมด
ปัจจุบันนี้ ใครๆ รวมทั้งคุณกษิตด้วย ก็พูดถึงเรื่องการเมืองใหม่ แต่พอถึงเวลาแสดงจริยธรรมที่ควรจะแสดงออกกลับไม่แสดง ยังทนอยู่ในตำแหน่งอยู่จนกระทั่งศาลตัดสินถึงที่สุด ความจริงหากจะพูดกันถึงเรื่องจริยธรรม แค่รู้ว่า มีคดีติดตัว แต่ยังไม่ถึงที่สุดก็ไม่ควรรับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมคุณอภิสิทธิ์ จึงไม่ปรับออกให้หมดเรื่องหมดราวแล้วตั้งคนอื่นเช่น ดร.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มาเป็นรัฐมนตรีแทน จะเป็นประโยชน์มากกว่า เก็บสายล่อฟ้าไว้ให้ฟ้าสร้างความรำคาญอยู่อย่างนี้
ถ้าปรับคุณกษิตออก ตั้งคุณไกรศักดิ์ เข้ามาแทนที่จะได้ประโยชน์อย่างน้อยสองอย่าง ประการแรก คุณไกรศักดิ์ มีทั้งพรรคและพวกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หากได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคฝ่ายค้านซึ่งส่วนใหญ่ คุ้นเคยกับคุณไกรศักดิ์และครอบครัวดี คงจะสงบปากสงบคำลงไปได้ ไม่สร้างความรำคาญใจดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ประโยชน์อย่างที่สอง ที่เห็นชัดๆ ก็คือ คุณไกรศักดิ์จะแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมรได้ดีกว่า คุณกษิต เพราะคุณไกรศักดิ์เคยไปมาหาสู่กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเขมรมานาน ตั้งแต่ยังเป็นทีมงานให้นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ โน้นแล้ว
บางทีนโยบายระหว่างประเทศจะสัมฤทธิ์ผลได้มาก ก็ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้าเสริมในบางส่วนหรือบางจังหวะที่เหมาะสม
แค่สองเรื่องนี้ก็จะเกิดประโยชน์มหาศาล
อีกเรื่องหนึ่งที่คุณอภิสิทธิ์จะต้องกลับไปทบทวนไม่น้อยกว่า การมีคุณกษิตอยู่ข้างกายนั้นก็คือเรื่อง คุณเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี ที่ใช้คำพูดเวลากล่าวถึงคุณทักษิณด้วยความก้าวร้าว ทับถมกันเกินไป การพูดได้อย่างนั้นอาจจะสะใจกลุ่มคนที่เกลียดคุณทักษิณ แต่เป็นการเหยียบย่ำผู้อื่นจนเกินไป ซึ่งคนที่จิตใจเป็นธรรมจริงๆ รับได้ยาก
แม้คุณทักษิณจะต้องโทษจำคุกและอยู่ระหว่างการหลบหนี ที่ทางการต้องการตัว อย่าลืมว่า คุณเทพไท เสนพงศ์ อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเหมือนกัน ถ้าเก่งจริงทำไมไม่สามารถนำตัว คุณทักษิณมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ได้ ถ้าไม่มีปัญญาจะไปควานหาตัวแล้วอย่าพูดอะไรเพื่อสร้างราคาค่าตัวของตนแล้วเหยียบคนอื่นเลย
เรื่องทางกฎหมายก็ว่ากันไปตามกฎหมาย อย่านำมาเล่นการเมืองให้เปรอะไปหมด เมื่อวันทั้งวันคุณแกว่งปากหาเท้าตลอดอย่างนี้แล้ว การสมานฉันท์จะเกิดได้อย่างไร อย่าลืมว่า คนรักคุณทักษิณก็มีมาก อย่าเพิ่งเถียงว่า คนรักคุณทักษิณต้องเห็นแก่เงิน แต่บางทีการให้สัมภาษณ์เหยียบย่ำกันจนเกินไปของคุณเทพไทนี่แหละ จะผลักไสให้คนสงสารและกลายเป็นคนรักคุณทักษิณไปโดยไม่รู้ตัว
หากตำรวจไทยและรัฐบาลไทยไร้น้ำยาที่จะติดตามคุณทักษิณมารับโทษ ก็ควรปล่อยให้คุณทักษิณดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในต่างประเทศตามอัธยาศัย
ใครที่พอจะประสานงานคุณทักษิณได้ ถ้ารักคุณทักษิณจริงๆ อย่าให้ข้อมูลอะไรผิดๆ ที่สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ อีกเลย คนอย่างคุณทักษิณ แม้จะรู้สึกเหงา แต่คงไม่จนปัญญาที่จะหาทางทำกิจกรรมแก้เหงามาบรรเทาได้หรอก ควรไปหาที่เงียบๆ ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง หยุดฟังพวกประจบสอพลอ แล้วใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ลงทุนหรือหาความสุขส่วนตัวไป ทำง่ายๆ แค่นี้ ก็จะเป็นการช่วยตนเองมีสันติสุขและช่วยชาติได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
การช่วยชาติที่ง่ายที่สุดที่ผู้อยู่ในขั้วอำนาจควรทำอย่างยิ่งคือ สำรวมปากให้มาก อย่าพูดอะไรที่จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติมอีก
คุณกษิต ภิรมย์เอง ควรจะลาออกเพื่อเห็นแก่ความสงบของประเทศชาติ ถ้าขืนยังคาอยู่ในตำแหน่งแบบไม่ตายไม่ออกอย่างนี้รับรองได้ว่า ฝ่ายค้านทั้งในและนอกสภาเล่นไม่เลิก การเดินขบวนขับไล่คุณกษิต ก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น ฝ่ายกวนเมืองก็จะอ้างเหตุสร้างความวุ่นวายให้แก่บ้านเมืองได้อย่างมีน้ำหนักขึ้น
บทเรียนเบื้องต้นที่นักการเมืองที่เดินเข้าสู่อำนาจจะต้องตระหนักเอาไว้คือ หากมีคดีความอะไรติดตัวอยู่ จงอย่าเดินเข้าสู่ถนนการเมืองเลย เพราะการเมืองสมัยใหม่ในยุคการสื่อสารทันสมัย ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีสิทธิ์ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้มากขึ้น พฤติกรรมของนักการเมืองล้วนอยู่ในสายตาของประชาชนตลอดเวลา การเมืองใหม่จึงมิใช่การเมืองที่พันธมิตรตั้งขึ้นใหม่ แต่เป็นการเมืองที่พลเมืองทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างกว้างขวาง ไม่จำกัดอยู่แค่ฝ่ายค้านดังที่เคยเป็นมา.