Login
 
 

อสังหา...น่ารู้
โดย ณญาดา ธนะพัฒน์
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
ลอส แอนเจลิส 
Tel : 310-699-4999




อสังหา..น่ารู้


อาทิตย์นี้ลงรายละเอียดเรื่องกรีนการ์ดจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ต้องทำอย่างไร จึงจะได้ เรื่องของการยื่นขอ EB-5

วีซ่าเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่คนจะได้วีซ่าจากการลงทุนในอเมริกา วีซ่าแบบนี้ไม่ต้องบังคับให้เราต้องไปบริหารงานวันต่อวัน เช่นการไปเปิดร้านอาหาร หรือธุรกิจอะไรก็ตาม ที่ต้องมาบริหารงานเอง ซึ่งบางครั้งผู้ขออาจต้องเสียเวลา ขาดทุนจากการดำเนินการ มิหนำซ้ำ พอเลิกกิจการวีซ่าลงทุนก็ถูกยกเลิกไปด้วย

EB 5 วีซ่า อาจจะเป็นการลงทุนในธุรกิจที่มีอยู่แล้ว หรือสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งเรียกว่า Regional Center และในธุรกิจเดียวกันอาจจะมีนักลงทุนหลายคนมาร่วมลงทุนด้วย ผู้ลงทุนอาจเป็นผู้ลงทุนรายย่อยในธุรกิจนั้นๆ เช่น ธุรกิจ หรือโครงการนั้นๆ อาจจะต้องลงทุน 5 ล้านเหรียญ แต่เราต้องการลงทุนแค่ 500,000 เหรียญ ซึ่งก็เพียงพอต่อการขอกรีนการ์ดแล้ว โครงการก็สามารถให้นักลงทุนอื่นมาร่วมลงทุนได้

ในแต่ละปีอเมริกาจะมีโควตาให้นักลงทุน10,000 คน ในจำนวนนั้น 5,000 คนจะเก็บไว้ให้นักลงทุนใน "Regional Center" ที่อเมริกาอนุมัติ ปัจจุบัน ยังไม่มีการขอเกินโควตา ผู้ที่เหมาะกับการขอกรีนการ์ดแบบนี้คือ ใครก็ได้ที่ต้องการส่งลูกไปเรียน ไปเกษียณ

วีซ่านี้เปิดโอกาสให้ทำงาน หรือทำอะไรก็ได้ในอเมริกา สำหรับคนที่ไม่ต้องการทำงานในอเมริกา เพียงต้องการกรีนการ์ด วิธีนี้จะถูกที่สุด และยังสามารถกลับมาอยู่ทำงานในประเทศบ้านเราได้ แต่ข้อเสียคือ เราอาจจะต้องเสียภาษี 2 ประเทศ

เอกสารที่ต้องใช้ก็มีหลักฐานการเงิน ที่มาของเงิน ภาษีย้อนหลัง 5 ปี หลักฐานธนาคาร 5 ปี หลักฐานการเป็นเจ้าของบริษัท โดยจะใช้เวลา 9-15 เดือน

ขั้นตอนการขอเริ่มจากการส่งใบสมัครเข้าไปเพื่อให้ INS ดูว่าที่มาของเงินโปร่งใสไหม หลังจากนั้น ถ้าท่านอยู่ในอเมริกาอยู่แล้ว ก็ไปทำเรื่องขอเปลี่ยนสภาพ เป็น Permanent Residence ถ้าท่านอยู่นอกประเทศก็ต้องรอการแจ้งจากสถานทูตในประเทศที่ท่านอยู่ เพื่อรอสัมภาษณ์ เพื่อดูว่าท่านไม่มีประวัติทางอาชญากรรม หรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หลังจากนั้น จะได้รับหลักฐานสำหรับเดินทาง และกรีนการ์ดชั่วคราว ซึ่งท่านต้องเข้าประเทศอเมริกาภายใน 6 เดือน หลังจากนั้นอีก 2 ปี ก็ดำเนินการเปลี่ยนกรีนการ์ดชั่วคราวเป็นกรีนการ์ดถาวรได้

หลังจากนั้น หากเรามีรายได้ เราต้องเสียภาษีรายได้ อาจจะกลายเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อนทั้ง 2 ประเทศก็เป็นได้ ถ้าท่านได้กรีนการ์ดและไปทำงานในประเทศอื่น

สรุปว่าถ้าท่านต้องการทำงาน เกษียณที่ไหนก็ตามในอเมริกา และท่านมีเงิน 500,000เหรียญ ที่จะมาทิ้งไว้ลงทุน 5 ปี การขอกรีนการ์ดแบบนี้ดีที่สุด มีนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกมาลงทุนในโครงการนี้ และได้กรีนการ์ดไปแล้ว

จุดประสงค์หนึ่งคือ รัฐบาลต้องการให้มีการจ้างงาน 10 ตำแหน่งต่อนักลงทุน 1 คน เพื่อเป็นการตอบแทนนักลงทุน รัฐบาลก็ให้กรีนการ์ดแก่นักลงทุน และครอบครัวที่รวมถึงภรรยา และลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปี และสามารถขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวอเมริกันได้ในเวลาต่อมา

มีการลงทุนหลายอย่างที่สามารถขอกรีนการ์ดจาก EB 5 นี้ได้ เช่น โรงแรม สถานที่ดูแลคนแก่ สถานที่หย่อนใจ สำนักงาน สถานที่ประกอบเกษตรกรรม ธุรกิจภาพยนตร์ รีสอร์ท และอื่นๆ อีกหลายอย่าง

เรื่องเสี่ยงคือ การที่ต้องเช็กว่าผู้บริหารโครงการนั้นๆ เชื่อถือได้ไหม ผลงานที่ผ่านมาโครงการทำไรไหม มีผลตอบแทนจากการลงทุนมากพอไหม เพื่อไม่ให้ต้องสูญเงินไป 500,000 เหรียญ โดยบริษัทที่ต้มตุ๋น เราต้องเช็กว่าโครงการที่จะให้ลงทุนนั้นดำเนินการมานานแค่ไหน และมีนักลงทุนกี่คนได้รับกรีนการ์ดจากโครงการของบริษัทนั้นๆ อาจจะต้องไปดูโครงการนั้นๆ สักครั้ง
ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น โครงการไม่ได้รับอนุญาตให้รับประกันได้ คือห้ามบอกลูกค้าว่ารับรองว่าต้องได้ผลตอบแทนเท่านั้นเท่านี้  ต้องบอกลูกค้าว่าแล้วแต่ความเสี่ยง แต่เงินลงทุนสามารถคืนได้ในเวลา 5 ปี

วันที่ 14 กรกฎาคมนี้ ดิฉันจะไปจัดสัมมนาเรื่องนี้ที่ศูนย์สิริกิติ์ โดยเชิญทนายจากเบเวอรี่ฮิลล์ บินไปตอบคำถามอย่างละเอียด ท่านที่มีญาติพี่น้องที่ต้องการได้กรีนการ์ด และพร้อมที่จะปล่อยเงิน 500,000 เหรียญ ไว้เฉยๆ ติดต่อมาเลยค่ะ nayada21@hotmail.com ค่าฟัง 500 บาทค่ะ



นำเสนอข่าวโดย : ณิภา ก้อนคำ
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :