Login
 
 

อสังหา...น่ารู้
โดย ณญาดา ธนะพัฒน์
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
ลอส แอนเจลิส 
Tel : 310-699-4999










อสังหา..น่ารู้


อาทิตย์นี้มีเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกาที่เคยเล่าไปฉบับก่อน คราวนี้ดิฉันบุกไปหาข้อมูลถึงสำนักงานทนายความ เลยทำให้กลายเป็นพันธมิตรกันทางธุรกิจกับสำนักงานนั้นไปเลย เพราะฟังแล้วโครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนเราในต่างประเทศจำนวนมาก

ใครต้องการอ่านแบบละเอียด เข้าไปในเรื่องที่เกี่ยวกับ EB 5 หรือปรึกษาทนายความที่เกี่ยวข้องด้านนี้ ถ้าหาไม่ได้ ทนายความที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของดิฉัน ประวัติอ้างอิงดี เพราะดำเนินการมาตั้งแต่ Seattle ซึ่งตอนนี้ก็มีโครงการที่ Seattle ที่น่าสนใจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเมืองที่เราอยากอยู่ เพราะเราไม่ต้องเข้าไปบริหารงาน ทนายความบริษัทนี้ทำมานานสองนานแล้ว จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ว่าเดิมทีเขาทำกันในรัฐอื่น รัฐที่ต้องการการพัฒนาในบางจุด อย่างที่เคยบอกไปว่ามี Vermont, Florida, Seattle, New York และอีกหลายเมือง

ตอนนี้ที่แอล.เอ. มีบริเวณที่กำลังมีโครงการที่เข้าข่ายพัฒนาเห็นๆ อยู่ก็ 2 เขต ฮอลลีวูด กับ ดาวน์ทาวน์ โดยเฉพาะดาวน์ทาวน์ ที่ดิฉันเขียนไปเรื่องตลาด Ralph จะมาเปิดเป็นครั้งแรก เราคงเห็นตึกพัง ตึกเก่า ตึกร้างๆ ที่มีสภาพเสื่อมโทรม ขนาดที่ว่าใครซื้อไป ก็ต้องหาเงินมากมายมาตกแต่ง นี่แหละค่ะโครงการที่กำลังเปิดให้ลงทุนอยู่ เขาต้องการให้พัฒนาตึกดาวน์ทาวน์ให้สวยงาม

วิธีการคือ บริษัทที่พัฒนาโครงการนี้ จะทำโครงการเป็น Regional Center และเรียกหุ้น หุ้นละ 5 แสนเหรียญ คนที่มาลงหุ้นไม่ต้องเสียเวลามาบริหาร ทางผู้พัฒนาจะบริหารเอง เงิน 5 แสนเหรียญจะเป็นการลงทุนในโครงการนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ใช่ลงทุนในบริษัท หลังจากลงทุน หากเริ่มจากโครงการที่ยังไม่ได้สร้างจะใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ผู้ลงทุนจะได้กรีนการ์ด ได้ทั้งครอบครัว หลังจากนั้นอีก 2 ปีจะเป็นเวลาเหมือนกับเรียกว่า พิสูจน์ตัวเรา เลยเวลานั้นแล้ว กรีนการ์ดก็จะถาวร และเราสามารถขายหุ้นทิ้งได้ หากเราไปลงทุนโครงการที่เริ่มสร้างไปแล้ว แต่ขาดเงินลงทุน อาจจะทำให้ขั้นตอนการขอกรีนการ์ดสั้นลงกว่าปีครึ่ง

ระหว่างที่โครงการเสร็จ ถ้าเราไม่อยากขายหุ้น โครงการจะมีรายได้จากการให้เช่า โดยมากผลตอบแทนจะอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้รับรองว่าจะได้กี่เปอร์เซ็นต์นะคะ เราจะรับเงินปันผลก็ได้ จะขายคืนบริษัทก็ได้ แต่ถ้าเวลานั้นราคาหุ้นขึ้นเป็น 6 แสนเหรียญ บริษัทจะรับซื้อคืนในราคา 5 แสนเหรียญ โครงการที่ว่านี้ต้องเป็นโครงการที่ลงทุนด้วยเงินสดทั้งที่ดิน และการก่อสร้าง เงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านเหรียญ

คำถามคือ จะเชื่อใจได้แค่ไหนว่า บริษัทนั้นไม่โกงเงินไป ทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่าเราต้องเช็คประวัติผู้พัฒนาโครงการให้ดี เรียกว่า Due Diligence สิ่งที่ดีของการขอกรีนการ์ดด้วยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คือ เราไม่ต้องบริหารงาน ไม่ต้องมีคนมาสอบสวนว่าแต่งงานกันจริงไหม ไม่ต้องมานั่งเฝ้าธุรกิจ เรียกว่าใช้เงินทำงานไงละคะ ปกติการขอวีซ่า E2 เป็นการขอวีซ่าจากการทำธุรกิจที่ต้องมีการสร้างงาน เงินลงทุนอย่างต่ำ 1 แสนเหรียญ ดิฉันถามมาทนายบอกว่าแค่ 1 แสนเหรียญ ซึ่งน้อยมาก แต่ไม่ใช่ได้กรีนการ์ด ได้แค่วีซ่า 2 ปี ต้องต่ออายุทุก 2 ปี

วันนี้ไม่ได้มาเขียนเรื่องกฎหมายอิมมิเกรชั่น ดิฉันไม่รู้ลึกพอ ว่ากันแต่เพียงผิวเผินนะคะ ลืมบอกข้อสำคัญไปว่า อสังหาริมทรัพย์ที่สามารถลงทุนแล้วขอกรีนการ์ดได้นี้ ไม่ใช่ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยและจะได้นะคะ เพราะยังต้องเข้ากฎของการสร้างงาน ซึ่งนั่นคือ วัตถุประสงค์หลักของการให้กรีนการ์ดนี้ ถ้าใครมีที่ดินเปล่าๆ ทำเลดีๆ ที่เหมาะกับการพัฒนา โดยเฉพาะในดาวน์ทาวน์ บอกได้นะคะ เพื่อเสนอผู้พัฒนาให้นำไปดำเนินการเป็น Regional Center ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการก็ประมาณที่ 2 หมื่นเหรียญ ส่วนรายละเอียดจริงๆ ต้องว่ากันเป็นรายคน

อาทิตย์นี้ดิฉันกลับเมืองไทย เพื่อไปบรรยายเรื่องการลงทุนสปาไทยในอเมริกา ซึ่งก็สามารถขอวีซ่าการลงทุนได้ การบรรยายจะมีที่สยามพารากอน วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน เวลา 1 ทุ่มตรง ใครสนใจไปฟังเชิญนะคะ เป็นงานสปาเอ็กซ์โปของสมาคมสปาแห่งประเทศไทย ดิฉันบรรยายในฐานะที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่เป็นผู้ดำเนินการให้

 



นำเสนอข่าวโดย : ณญาดา ธนะพัฒน์
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :