คนเสื้อแดงเปลี่ยนใส่เสื้อสีดำ นัดชุมนุมกันที่ห้างอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 5 เปิดประเด็นการเสวนาเน้นเรื่องสองมาตรฐาน ประท้วง 2 ปี 2 มาตรฐานผู้คนที่มากันก็ไม่มากไม่น้อยสำหรับสถานที่ โดยประมาณนับได้ 500 คน นอกเหนือจากการเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมแล้ว ยังตั้งประเด็นเสวนาเรื่อง 2 มาตรฐาน โดยมีนักการเมืองชื่อดัง นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตส.ส.ร. ปี 2540 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย เป็นวิทยากร
ดูรายชื่อแต่ละคน คอการเมืองรู้จักกันดีว่า พวกเขาเป็นนักต่อสู้ทางการเมือง
นายคณิน พูดถึงสาเหตุของการจัดงานในวันนี้ว่า เนื่องมาจากความไม่เป็นธรรม หรือเรียกว่าเป็นสองมาตรฐานที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ยกตัวอย่างเช่น คดีการยึดสนามบินของคนเสื้อเหลือง ที่วันนี้มีการเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา กลับใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงก็สามารถกลับบ้านได้ ทั้งการกระทำความผิดก็ผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มแล้ว รวมทั้งการยึดทำเนียบรัฐบาล การยึดสนามบินทั้งสองแห่ง ต่างกับคนเสื้อแดงที่ถูกจับถูกขังคุกทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นทุกครั้ง จึงเป็นข้อบ่งชี้ที่ว่ามีการใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกันกับประชาชน ทั้งที่เป็นคนไทยเหมือนกัน
หากจะมองการเกิดสองมาตรฐานไม่ได้มีเฉพาะ 2 ปีที่ผ่านมา แต่เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่หลังจากยึดอำนาจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ล้มรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้ ก็ประกาศกฎหมายมากกว่า 30 ฉบับ ที่ตอนนี้ก็ยังมีการอ้างกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ เพราะยังอยากอยู่ในอำนาจต่อ เนื่องจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจะเป็น 1 ใน 7 กรรมการสรรหาส.ว. ที่กำลังจะมีขึ้นหลังจากใกล้ครบวาระ 3 ปี อำนาจตรงนี้เลยมาก คนจึงต้องการที่จะแย่งตำแหน่งนี้กัน
นายคณิน กล่าวฟันธงว่า ปัญหาจึงเริ่มมาตั้งแต่รัฐประหาร 19 ก.ย. เพราะได้ตั้งกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ตั้งคนที่ไม่ชอบธรรมมาบังคับใช้กฎหมาย คือองค์กรอิสระทั้งหลาย การเมืองไทยจึงผิดแปลกไปหมด เช่น คนที่มีอำนาจแท้จริงเหนือกว่ารัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี กลับเป็นบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี มีการยุบพรรค แล้วส.ส.ในพรรคตั้งพรรคใหม่ ย้ายสลับขั้ว มีการย้ายข้ามฟากจากตุลาการมาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือการซ้ำเติมประชาชนที่เสียชีวิตจากการชุมนุมถึง 2 ครั้ง หรือแม้กระทั่งตัดสินความผิดไปก่อนที่จะเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรม สิ่งเหล่านี้คือสองมาตรฐาน เกิดจากการรัฐประหารทั้งสิ้น
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.หนังสือพิมพ์ลายจุด ผู้รับบทบาท หมูไม่กลัวน้ำร้อน ออกจัดกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล พูดถึงกลุ่มคนเสื้อเหลือง สมบัติ บอกว่า หัวหน้าแก๊งคนเสื้อเหลืองพูดว่า "ทหารทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ออกมากู้ชาติมาพิทักษ์แผ่นดิน" นั่นเป็นคำพูดที่แปลว่าให้ทหารออกมาปฏิวัติ หลังจากนั้นก็ไปยื่นถวายฎีกาผ่านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั่นไม่ใช่แนวทางการต่อสู้ของประชาชน หลังจากนั้นก็อ้างสถาบันเพื่อหาแนวร่วมในการต่อสู้ และสามารถทำให้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง 2 คนต้องออกจากตำแหน่งไป อีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับวันที่ 26 ส.ค. คือกลุ่มคนเสื้อแดงเราเอง เพราะเป็นผู้ที่ถูกใช้สองมาตรฐานโดยตรง คนเสื้อแดงต้องอย่าพลาดเข้าไปเล่นเกมทางทหารอย่าง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลจะใช้อำนาจสูงสุดคือ กองทัพ เราต้องใช้เกมการเมืองเข้าสู้ โดยใช้ความชอบธรรมของสิทธิมนุษยชน การพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น การแต่งกายที่ไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น
เรื่องที่น่าคิดของ สมบัติอีกเรื่องก็คือ การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลแล้วอ้างว่าเพื่อความสงบ แต่ต้องถามว่ายึดไมโครโฟนไม่ให้พูด การปิดปากนั้น ใช่ความสงบหรือไม่ การตามจับนักศึกษาเชียงราย 5 คน ตามยึดคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน เพราะว่าเอารูปไปโพสต์ทางอินเตอร์เน็ตว่าได้ถือป้ายประท้วงพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล ถามว่านี่ใช่ความสงบหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดของชนชั้นปกครองที่ไม่ต้องการให้คนพื้นราบขึ้นมามีบทบาท ฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำได้คือต้องคิดไว้เสมอว่า ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่ใช่การช่วงชิงอำนาจจากใคร เป็นเพียงการจัดลำดับอำนาจใหม่ ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ต้องมีความเสมอภาค หากถามว่าความวุ่นวายจะจบลงเมื่อใด ต้องตอบว่าเมื่อคนเท่ากับคน
มาที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย บอกว่า แค่การเปรยของตนว่าจะไปผูกผ้าสีดำที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หรือบ้านพักของพล.อ.เปรมในวันนี้เท่านั้น ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบ.ก.น.1 ให้ตำรวจจำนวน 4 นายมาเฝ้าหน้าบ้าน จะไปไหนหรือมาไหนก็มีตำรวจไปรับ-ส่ง แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนกรณีที่นายสุเทพ และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดว่าการนัดกันใส่เสื้อสีดำในวันที่ 26 ส.ค.เป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นวันเกิดของพล.อ.เปรม พร้อมทั้งเดาไปอีกว่ามีการเชื่อมโยง 90 ปี กับ 90 ศพ ทั้งที่ตนไม่เคยคิดมาก่อนในสมอง แต่เมื่อโยงมาให้ก็ยินดีใช้ด้วย เนื่องจากพล.อ.เปรมเป็นต้นเหตุของสองมาตรฐานจนทุกวันนี้ เพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร 19 ก.ย. และสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ที่เป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชนอย่างเปิดเผย แต่ผลกรรมนี้จะติดตามไปทั้งหมด ทั้งกองทัพ รัฐบาล หรือตัวของนายอภิสิทธิ์เอง
"วันนี้การต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมด้วยกิจกรรมง่ายๆ อย่างการใส่เสื้อสีดำ กลับถูกห้ามด้วยคำพูดของใครบางคน แต่คำพูดเหล่านี้ก็กลายเป็นเสียงนกเสียงกา เพราะคนเสื้อแดงไม่สนใจ งานครบรอบ 2 ปี สองมาตรฐาน งาน 4 ปีรัฐประหาร งาน 4 เดือน เหตุการณ์ 19 พ.ค.จะเกิดขึ้น ส่วนในวันที่ 18 ก.ย. กองคาราวานรถคนเสื้อแดงทั้ง 80 คัน จะเคลื่อนไปที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อจัดงานครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. และจะมีการจัดตั้งศาลประชาชน เพื่อตัดสินประหารชีวิตนายอภิสิทธิ์ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางก็ไปรวมที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อร่วมงาน 4 เดือน 19 พ.ค."
จะเห็นได้ว่า คำพูดแต่ละประโยคของนายสมยศ ล้วนโยงใยมาจากการปฏิวัติ 19 กันยา 49 ว่า บ้านเมืองวุ่นวายเพราะคนบางคนยุให้ทหารปฏิวัติ และทหารก็บ้าจี้ทำตาม
ดังนั้นการรวมตัวของคนเสื้อแดงนับเนื่องต่อไปนี้ เชื่อได้ว่า จะมีขึ้นเรื่อยๆ และการรวมตัวของเสื้อแดง ก็ไม่ได้ถูกจับตาแต่เฉพาะฝ่ายรัฐบาล แต่กับคนเสื้อแดงเอง ก็น่าจะรอดูทีท่าด้วยเช่นกัน ว่าเมื่อไหร่เสื้อแดงจะกลับมา? อย่าลืมว่า การปรองดองเป็นแนวนโยบายของรัฐบาล และการวางกรอบการปรองดอง ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากอีกกลุ่ม มีหลายฝ่ายเชื่อว่า การปรองดองของรัฐบาลไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย
การเดินหน้าชุมนุมของคนเสื้อแดงที่หันมาใส่เสื้อดำเรียกร้องถึงการใช้สองมาตรฐานก็ดี หรือ การเดินหน้าของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ที่ลั่นวาจาว่าจะฟ้องกลับดีเอสไอคดี 91 ศพ ก็ดี ย่อมมองเห็นได้ว่า นั่นคือการเริ่มต้นเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกระลอกหนึ่งของ นปช. ถ้าวันใดรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ จะด้วยเหตุหนึ่งประการใดก็ตาม
.....แดงที่กำลังเดี้ยง อาจฟื้นกลับคืน รวมตัวสำแดงพลังกันอีกครั้ง.....!!!