Login
 
 

แก่นสารของชีวิต
โดย อุ่นไอดิน
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์ 
ไทยแลนด์




เปิดหัวใจให้กว้าง


หลายครั้งผมแอบเห็นเด็กชายล้วงอาหารที่ขอมาตามโต๊ะลูกค้าจากกระเป๋าโยนให้แมวหิวโซเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน จึงอดคิดไม่ได้ว่า การแบ่งปัน การเปิดใจให้กว้าง ยอมรับสถานะความเป็น “คนอื่น” ไม่แบ่งเขา แบ่งเรา มันทำให้ใจเราสูงขึ้น

แทบทุกครั้งที่มีโอกาสไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามร้านอาหารย่านสถานบันเทิงต่างๆ มักพบเห็นแรงงานต่างด้าว ทั้งชาวกะเหรี่ยง พม่า ลาว และเขมรอยู่เป็นประจำ

คนเหล่านี้เข้ามาใช้แรงงานแลกเงินในทุกรูปแบบ ทั้งงานก่อสร้าง เด็กเสิร์ฟ พนักงานล้างจาน ขนถ่ายสินค้าในตลาด ฯลฯ

นอกจากกลุ่มแรกที่ว่ามา ยังมีชาวบังกลาเทศ หรือปากีสถาน ที่เข้ามาขายถั่ว ขายโรตี ขายดอกไม้ จิปาถะ คนเหล่านี้เข้ามาตั้งรกราก ออกลูกออกหลาน ตระเวนทำมาหากินอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองในหลายจังหวัด

ชนชั้นกลาง คนหาเช้ากินค่ำในเมืองหลวง จึงเดินวนเวียนปะปนร่วมอยู่กับคนเหล่านี้แทบทุกวัน เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

“บอย” เด็กชายวัย 9 ขวบ น่าจะเป็นชาวโรฮิงญา ที่หลบหนีมาจากประเทศพม่าหรือไม่ก็บังกลาเทศ

เด็กชายมุสลิมหุ่นจ้ำม่ำท่าทางทะเล้นต้องนั่งรถเมล์จากบ้านย่านนนทบุรี พร้อมน้องสาวและพี่ชายเพื่อออกเดินเร่ขายดอกกุหลาบย่านราชเทวีทุกค่ำคืน

ผมไม่ได้ชอบเด็ก ไม่คิดจะซื้อดอกกุหลาบเพราะเอ็นดูเด็กที่ขยันทำมาหากิน

แต่ทุกครั้งที่บอยเดินปรี่มาที่โต๊ะ สายตาของเขาไม่ได้อ้อนวอนหวังขายสินค้าในมือ แต่แววตากลับพุ่งไปที่จานอาหารบนโต๊ะ

ผมสนใจบอยก็เพราะเด็กอ้วนประชิดตัวแล้วถามคำแรกว่า มีอะไรไม่ใช่หมูบ้าง เพื่อนๆ แกล้งตอบไปว่าทุกอย่างหมูหมด เด็กน้อยจึงล่าถอยไป ไม่ตอแยอีก

บอยคงกลับไปคิดหาวิธีการพูดจาเพื่อขอแบ่งอาหารจากลูกค้าตามร้านต่างๆ ซึ่งบริเวณทำเลการค้าขายของเขามีร้านมากพอทำให้ท้องอิ่มไปจนถึงวันใหม่

“ขอกินหอยตัวหนึ่ง” บอยยิงตรงประเด็นในหลายวันต่อมา เมนูนี้ไม่มีหมูชัวร์

ราวกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้มีมติเห็นชอบให้กลุ่มคนไร้สถานะได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะเสนอให้รัฐบาลจัดงบประมาณเป็นค่าเหมาจ่ายรายหัวในปีงบประมาณ 2553 เท่ากับคนไทย คือ เหมาจ่าย 2,400 บาทต่อหัวประชากร หรือเป็นเงินประมาณ 550 ล้านบาท

เข้าใจง่ายๆ ก็คือ จะเสนอของบประมาณจากคณะรัฐมนตรี มาใช้ดูแลสุขภาพคนกลุ่มคนไร้สถานะ ที่มีอยู่ประมาณ 457,409 คน ในพื้นที่ 10 จังหวัด เพื่อให้ 162 โรงพยาบาลตามแนวชายแดนได้นำไปรักษาสุขภาพให้ครอบคลุมทั่วถึง

หลังอ่านข่าวเรื่องนี้แล้ว ตอนแรกผมไม่เห็นด้วย เพราะลำพังคนไทยที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการบริการสุขภาพจากรัฐก็มีอีกมากและไม่ทั่วถึง ทั้งยังไม่ได้คุณภาพอีกด้วย

แต่คิดไปคิดมา หากประเทศไทยใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่บากหน้ามาขอพึ่งพาแผ่นดินทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์หรือชนชาติใด จะเป็นการยกระดับบ้านเมืองเราให้มีความศิวิไลซ์ด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

จากคำตอบที่ผมนึกออกระหว่างนั่งอยู่ริมถนน มีคำถามขึ้นใจอีกว่า ผมเห็นด้วยกับความคิดของตัวเองจริงๆ หรือผมถูกสถานการณ์บางอย่างโน้มน้าวชี้นำให้คิดไปอย่างนั้นหรือไม่
เมื่อนึกถึงบอย เด็กชายต่างชาติผิวดำคล้ำ พูดไทยชัดแจ๋ว ...ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น !

ทุกวันนี้ปริมาณแรงงานหลบหนีเข้าเมือง คนไร้สถานะ คนต่างด้าว คนพลัดถิ่น และอื่นๆ คงมีมากกว่าตัวเลขของทางการ เป็นไปได้ว่าอาจมีเกินกว่าล้านคนหรือมากกว่านั้น และบอยก็เป็นหนึ่งในจำนวนมนุษย์กลุ่มนี้

ภาครัฐควรรู้จักบอยและเพื่อนร่วมชะตากรรมร่วมล้านคนผ่านการจัดการที่เป็นระบบ ไม่เพียงแค่การให้สิทธิหลักประกันสุขภาพด้านเดียว เป็นต้นว่า ควรมีการจดทะเบียนคนกลุ่มนี้ที่ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ ไม่ว่าการรับรองสถานะ การให้บริการแต่ละด้าน หรือการจัดการด้านความมั่นคง

หลายครั้งผมแอบเห็นเด็กชายล้วงอาหารที่ขอมาตามโต๊ะลูกค้าจากกระเป๋าโยนให้แมวหิวโซเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน จึงอดคิดไม่ได้ว่า การแบ่งปัน การเปิดใจให้กว้าง ยอมรับสถานะความเป็น “คนอื่น” ไม่แบ่งเขา แบ่งเรา มันทำให้ใจเราสูงขึ้น

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ เจ้าของงานเขียน โต๊ะโตะจังกับโต๊ะโตะจังทั้งหลาย จะเข้าใจและเห็นใจชีวิตเด็กๆ ที่รอดชีวิตมาได้จากสงคราม เด็กในสิบกว่าประเทศที่คุโรยานางิ

ในฐานะทูตยูนิเซฟไปเจอ แม้จะมีแผ่นดินอยู่ ก็เหมือนไม่มี เพราะต้องหนีภัยสงคราม คุโรยานางิ บอกว่า ทุกวันนี้เด็ก 85% ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม ไม่มีอาหารเพียงพอ ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค อยากเรียนหนังสือก็ไม่ได้เรียน

เด็กคนหนึ่งประทังชีวิตด้วยการกินน้ำผสมแป้งเท่านั้น...

ถ้าเจอบอยอีก ผมคงไม่อุดหนุนซื้อดอกกุหลาบของเขาเช่นเคย แต่พยายามจะรู้จักเด็กชายชาวมุสลิมคนนี้ให้มากขึ้น

 

 

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก โพสต์ ทูเดย์



นำเสนอข่าวโดย : ณิภา ก้อนคำ
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :