Login
 
 

ข่าวคนไทยในอเมริกา
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์


ภัทราวรรณ เวชศาสตร์

ทูตไทยพบ‘โฮมแลนด์’ ชี้เด็กไทยเป็นแค่‘เหยื่อ’


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : ระบุสถานทูตไทยดำเนินการทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ เพื่อเร่งรัดช่วยนักเรียนไทยในฟลอริด้า ยืนยันสภาพในสถานกักกันไม่เลวร้าย และนักเรียนส่วนใหญ่เตรียมให้การต่อศาล เพื่อขอยินยอมกลับเมืองไทยโดยสมัครใจ

             เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา คุณภัทราวรรณ เวชศาสตร์ อัครราชทูตที่ปรึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยังเมืองไมอามี ฟลอริด้า เพื่อเยี่ยมนักเรียนไทย 52 คนที่ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันสอนภาษาฟลอริด้า แลงเกวจ อินสติติวท์ ที่ยังคงถูกคุมตัวอยู่ที่ Broward Transitional Center ในเมืองปอมปาโน่บีชอีกเป็นครั้งที่สอง หลังจากเดินทางไปพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม หรือสองวันหลังจากนักเรียนไทยเหล่านี้ถูกจับกุมตัว

“ไปครั้งนี้ เขาพาเราไปดูสถานที่อย่างทั่วถึง ทำให้เราสบายใจขึ้นเพราะสถานที่เขาสะอาดสะอ้าน ห้องนอนก็มีประตูปิดมิดชิด ไม่ได้เป็นกรงเหมือนอยู่ในคุก มีเตียงนอน มีห้องคอมมอนรูม และเขาบอกเลยว่าเด็กไทยทั้งหมดไม่ใช่นักโทษ แต่เป็น Detainer หรือผู้ที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้เท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นมาบ้าง”

คุณภัทราวรรณ เวชศาสตร์ กล่าวด้วยว่า ตนได้คุยรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ของอิมมิเกรชั่น ทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นว่านักเรียนไทยที่ถูกจับกุมตัวในครั้งนี้ มีทางเลือกอย่างไรบ้าง

“ประเด็นที่บอกไปว่า เด็กที่ขอที่จะนำเรื่องเข้าสู่ศาล และขอ Voluntary departure คือออกเงินกลับเองนั้น ตอนแรกบอกไปว่าจะกลับมาได้ทันทีโดยไม่มี punitive นั้นไม่ใช่ เพราะพอไปคุยแล้ว เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทุกคนที่ถูกตั้งข้อหานี่ จะมีบทลงโทษหมด แต่จะมากหรือน้อยต่างกัน ต่างกันตรงที่ว่าถ้าเขาถูกส่งตัวกลับ (Orderly deportation) บทลงโทษคือจะไม่มีสิทธิ์ขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ นานกว่าคนที่ Voluntary departure แต่ก็ขึ้นอยู่กับข้อกล่าวหาของแต่ละคนด้วย คืออาจจะประมาณ 3-5 ปี แต่ถ้าถูกส่งกลับก็อาจจะ 5-10 ปี คือสิบปีนี่คือโทษสูงสุด ศาลจะเป็นคนกำหนด อิมมิเกรชั่นก็บอกไม่ได้ว่าจะโดนกี่ปี เพราะแต่ละคนถูกข้อหาไม่เหมือนกัน เพราะบางคนโดนข้อหาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออยู่เกินกำหนดวีซ่าด้วย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเฉพาะตัวของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน”

คุณภัทราวรรณ กล่าวด้วยว่า นักเรียนที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งเกือบทั้งหมดมีอายุระหว่าง 20-30 ปีนั้น มีจำนวน 1-2 คนที่เซ็นเอกสารยอมให้ส่งกลับ (Stipulated removal) โดยไม่ขอให้การกับศาล แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะขอให้การกับศาล เพื่อขอเดินทางกลับโดยสมัครใจ หรือ Voluntary Departure และมีเพียง 1-2 คนเท่านั้นที่บอกว่าอยากจะสู้คดี เพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา เข้าเรียนสม่ำเสมอ และไม่ได้ใช้เวลาเรียนไปทำงาน ส่วนระยะเวลาของการถูกกักตัวเพื่อรอขึ้นศาลนั้น อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ กล่าวว่าต้องแล้วแต่ศาล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าศาลจะนัดเมื่อไหร่

ในส่วนของนักเรียนที่เรียนหรือเคยเรียนที่สถาบันสอนภาษาแห่งนี้ และยังไม่ทราบว่าตัวเองเข้าข่ายจะต้องถูกจับกุมหรือไม่นั้น คุณภัทราวรรณ เวชศาสตร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ทางสถานทูตฯ กังวลเป็นอย่างมาก เพราะอิมมิเกรชั่น ปฏิเสธที่จะมอบรายชื่อของนักเรียนที่จะถูกจับกุม อ้างว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นครั้งล่าสุด ทราบว่าจะเน้นไปที่นักเรียนปัจจุบัน ส่วนคนที่เคยลงทะเบียนเรียนกับโรงเรียนแห่งนี้ แต่ปัจจุบันลงทะเบียนเรียนกับสถาบันอื่นอย่างถูกต้อง ไม่ถือว่าอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกจับกุมด้วยข้อหาเกี่ยวกับวีซ่า

อย่างไรก็ดี อัครราชทูตที่ปรึกษา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง ดังนั้น ขอให้นักศึกษาที่ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในสถานภาพใด หรือต้องการจะเดินทางกลับประเทศไทย ให้แจ้งชื่อ สถานที่ติดต่อ หรือเบอร์โทรศัพท์กับทางสถานเอกอัครราชทูตฯ เอาไว้ก่อน เพื่อจะได้ติดต่อแจ้งข้อมูลที่ชัดเจนในภายหลัง โดยหมายเลขโทรศัพท์ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้จัดเอาไว้สำหรับรองรับเรื่องนี้โดยเฉพาะคือ 202-298-4812 และ 202-298-4798 ส่วนนอกเวลาราชการให้ติดต่อที่หมายเลข 202-615-2416 หรือติดต่อทางอีเมล์ที่ kanoknatep@thaiembdc.org

“ตอนนี้ เรากำลังทำรายการ Q and A คำถามคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนสามารถตอบนักเรียนที่โทรศัพท์มาถามได้ เพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดอีกมากมาย แล้วแต่กรณีไป”

อัครราชทูตที่ปรึกษากล่าวถึงความพยายามช่วยเหลือเหล่านักเรียนไทยทั้ง 52 คนในระดับนโยบายด้วยว่า ทันทีที่เกิดเหตุ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงภายใน (โฮมแลนด์) และในวันที่ 10 มีนาคม นายเสข วรรณเมธี อุปทูต ก็ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้คำนึงว่าเหล่านักเรียนไทยไม่ได้กระทำผิดร้ายแรง และอยู่ในข่ายถูกโรงเรียน ฟลอริด้า แลงเกวจ อินสติติวท์ หลอกลวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็รับปากที่จะดูแลเรื่องนี้ให้  

“พยายามให้เขาเข้าใจว่าที่ถูกจับนี่เป็นนักศึกษา ไม่ใช่ทำผิดข้อหาร้ายแรง คืออยากให้พิจารณาตรงนี้ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ถูกคุมตัวนานๆ นี่ สุขภาพกายและใจจะแย่ เพราะฉะนั้นเราก็พยายามคิดกันว่าจะทำไง ประสานเขาให้เร่งในส่วนที่ทำได้ ให้ประกันตัว หรือถ้าเด็กเลือกจะกลับบ้านก็ได้ ออกมาเร็วๆ เราก็พยายามผลักดันกันตรงนี้อยู่ แต่อย่างที่เรียนให้ทราบ เราจะไปก้าวก่ายกระบวนการศาล หรือกระบวนการสอบสวนของเขาไม่ได้”

ส่วนในกรณีการบุกจับกุมนักเรียนตามร้านอาหารไทย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น คุณภัทราวรรณ เวชศาสตร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่มีการคุยกันในทีมประเทศไทย และได้มีการแจ้งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงภายใน และกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ แล้ว

“ตรงนี้ก็สำคัญ เราไม่อยากให้เกิดความหวาดกลัว หรือแตกตื่นวุ่นวายกัน แต่เท่าที่ทราบ ไม่มีการจับกุมหรือตั้งข้อหาเจ้าของร้านนะคะ เพราะเขาแค่ตามนักศึกษาเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องให้ข้อมูลกับท่านเจ้าของร้านอาหารไทยด้วยว่า กรณีนักเรียนถือวีซ่า เอฟ-วัน นั้น เขาไม่มีสิทธิทำงาน ต้องเรียนเต็มเวลา ถ้าจะทำก็ต้องขอทำเฉพาะในแคมปัส คนไทยก็ต้องระวัง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวทางร้านจะเดือดร้อนไปด้วย” คุณภัทราวรรณ เวชศาสตร์ อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ กล่าวในที่สุด.

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :
 
 



  • ความคิดเห็นที่ : 1

อยากติดต่อคุณตารวย เลิศพฤกษ์ ที่อยู่ LA ค่ะ ทำไงดีคะ

  • ผู้ส่ง: Kannika E-mail : ple1121@gmail.com
  • 119.42.68.155 Mar 11, 2010 @11:47 PM