“เรียนจบแล้วแทบจะปิดซอยเลี้ยงกันเลย เหนื่อยมากแต่พอเรียนจบรู้สึกหายเหนื่อยค่ะ และก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราอดทนมุมานะมานาน 6 ปี วันนี้ประสบความสำเร็จแล้ว เกรดเฉลี่ยอาจจะน้อยไปหน่อยคือ 2.4 แต่ยุ้ยทำงานมาตลอด 9 ปีเต็ม เรียนด้วยทำงานด้วยพร้อมกันก็ค่อนข้างหนัก ได้เท่านี้ถือว่าพอใจแล้วค่ะ”
วินาทีที่รับพระราชทานปริญญาบัตร?
“ตื่นเต้น ตั้งแต่เห็น สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเข้ามาในหอประชุมแล้ว ตอนกำลังจะรับปริญญาจากพระองค์ท่าน ยุ้ยมือสั่นและใจสั่นมาก แต่พยายามเกร็งให้มากที่สุด วันนี้แม่กับยายไม่ได้มาแสดงความยินดีเพราะอากาศร้อน ยุ้ยไม่อยากให้เขาเหนื่อย แต่ว่าได้ถ่ายรูปและแสดงความยินดีที่บ้านเรียบร้อยแล้ว แม่แซวว่าในที่สุดก็จบซะที เพราะชุดผ้าไหมที่แม่ตัดไว้สีซีดแล้ว ระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ยุ้ยเรียนๆ สอบๆ มาตลอด ถึงวันนี้ทุกคนในบ้านก็โล่งใจ ตั้งใจว่าฉลองกันแถวบ้านคาดว่าได้ปิดซอยเลี้ยงแน่ๆ”
มีโครงการเรียนต่อปริญญาโทหรือเปล่า?
“คิดไว้เหมือนกัน แต่ขอทำงานสักพักหนึ่งก่อน ถ้ามีเวลามากกว่านี้อาจจะได้เรียน คิดไว้ว่าอยากต่อโททางด้านมนุษยศาสตร์สื่อสารมวลชนเหมือนเดิม เพราะตรงกับสาขาการทำงานและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากที่สุด”
เพื่อนๆ ในวงการมาแสดงความยินดีเยอะเลย?
“เพื่อนๆ เอาของขวัญมาให้ตั้งแต่วันซ้อมใหญ่ และได้เลี้ยงฉลองกันไปหนึ่งรอบแล้ว และในวันนี้คุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ยังได้ฝากดอกไม้มาแสดงความยินดีด้วย คุณแดงเขียนการ์ดมาว่าขอแสดงความยินดีและขอให้เจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต ดีใจและตื้นตันใจมาก ยุ้ยต้องขอบพระคุณคุณแดงมากๆ ค่ะ”
พี่เอก รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง และนักแสดงในสังกัดสปีดวันมาร่วมแสดงความยินดี?
“พี่เอกไม่มีของขวัญมาให้ แต่เขาอาสามาเป็นช่างภาพประจำตัวให้ยุ้ย สำหรับของขวัญที่อยากมอบให้ตัวเองคือหาเวลาไปพักผ่อนสมองสัก 1-2 อาทิตย์ แต่ด้วยงานเลยยังไม่มีโอกาสค่ะ ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งเรื่องเรียนและการทำงานแล้ว เหลือก็แต่เรื่องความรักอย่างเดียวที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ(หัวเราะ) คงต้องรอลุ้นกันต่อไป” นางเอกสาวคนเดิมกล่าว
นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน นักแสดงสาว “เมี่ยง-อติมา ธนเสนีวัฒน์” ก็ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร หลังสำเร็จการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนภาษาอังกฤษ ม.รามคำแหงเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆ ตามเครดิตภาพ