ทั้งนี้ ก็สืบสาวราวเรื่องมาจากนักการเมืองในคณะรัฐบาล เริ่มแต่พรรค ตัวบุคคล ผลงาน บุคลิกลักษณะ สังคม อะไรทำนองนี้ โดยผลสรุป นักการเมืองคนไหนดี (มีน้อย) ฉายาก็ออกมาดี นักการเมืองคนไหนไม่สบอารมณ์บ่อย (มีมาก) ก็ออกมาค่อนข้างไม่ดี ฟังแล้วอ่านแล้ว เราๆ ท่านๆ ขำนะ ตั้งฉายากันเก่ง แต่นักการเมืองผู้ที่ได้รับฉายานั้น คงคิดหนัก (เก็บอารมณ์) บางท่านก็แสดงออกมาทางสื่อ (ศอกกลับ) บ้างเหมือนกัน เรียกว่า เศร้ายกครัว ยกพรรคกันเลย
“ใครเข้มแข็ง” เป็นฉายา รัฐบาล ที่รัฐบาลประกาศแผนพลิกฟื้นให้ประเทศพ้นจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง ผ่านแผนปฏิบัติการ “ไทยเข้มแข็ง” เพื่อลงทุน ภายใต้ พ.ร.บ.และ พ.ร.ก. เงินกู้รวม 8 แสนล้าน แต่แล้ว ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องความไม่โปร่งใสจนเกิดเป็นคำถาม “ใครเข้มแข็ง” กันแน่
“หล่อหลักลอย” เป็นฉายา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุที่ว่า นายกรัฐมนตรี รูปหล่อ การศึกษาดี มีกฎเหล็กให้คณะรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบทางการเมือง แต่เมื่อมี รมต.บางคนมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสขึ้น กลับไม่แสดงความรับผิดชอบ หรือไม่สามารถกำกับให้กฎเหล็กมีผลใช้บังคับได้จริง
“แม่นมอมทุกข์” เป็นฉายา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แม้นว่าจะเป็นผู้อุ้มสมให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ แล้ว แต่ผลกลับสร้างปัญหาหนักอกตามเช็ดตามแก้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอีกหลายๆ เรื่อง จนเจ้าตัวต้องอยู่ในอาการอมทุกข์
“ช่างจัดฉาก” เป็นฉายา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกว่า ท่านผู้นี้มีความสามารถและประสบการณ์ในการจัด ไม่ว่าการจัดคิวให้นายกฯ ให้ครม.ลงพื้นที่ หรือออกทีวี วิทยุ ฯลฯ แต่ผลสุดท้าย ดูเหมือนว่า ไม่มีเนื้องานเป็นรูปธรรม
“กั๊ก-กอบ-โกย” เป็นฉายา นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี “พ่อขุนละเอียด” เป็นอีกหนึ่งสมญานามที่ถูกแกนนำพรรคร่วมตั้งให้ เพราะเป็นผู้ตรวจสอบกั๊กและดักจับโครงการของพรรคร่วม แต่ไปๆ มาๆ ก็สะดุดขาตัวเองเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนจากการแต่งตั้งน้องชาย เมื่อถูกสังคมกดดันหนักเข้าก็ออกจากตำแหน่งไปเป็นเลขาธิการนายกฯ
“ไส้ติ่งรัฐบาล” เป็นฉายา นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เป็นอดีตนักการทูต และอดีตดาวไฮปาร์คเวทีกลุ่มพันธมิตร ตามข่าวว่าไม่ยอมใช้วาทศิลป์ทางการทูตเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ตรงกันข้ามถูกวิจารณ์ว่าปากเป็นพิษ จึงเปรียบเสมือนเป็น “ไส้ติ่ง” อันอาจจะเกิดอักเสบ และเป็นโทษต่อร่างกาย (รัฐบาล)
“เจ้าแม่แพ้หน้าเนต” เป็นฉายาของ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีหญิงที่มีบทบาทสำคัญใน ครม.เพราะพยายามผลักดันโครงการของพรรคภูมิใจไทย เข้าสู่ ครม. ตลอดเวลา จนบางครั้งถึงกลับร่ำไห้กลางวงประชุม เพราะถูกแกนนำรัฐบาลรุมสกัด ทำให้บางโครงการไม่ผ่านการอนุมัติ
“สตั๊นท์เฒ่าเฝ้าเก้าอี้” เป็นฉายา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ถูกมองว่าเป็นการแสดงบทบาทที่ลูก (อยู่ในบ้านเลขที่ 111) และเพื่อนลูกอย่างนายเนวิน ชิดชอบ คอยกำกับเท่านั้น เสมือนเป็นตัวแทนมานั่งเก้าอี้เฝ้ารอตัวจริง แต่แม้จะวัย 73 ปี “สตั๊นท์เฒ่า” ก็มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม และชั้นเชิงทางการเมืองสูงนะ
ภูมิใจ “นาย” เป็นฉายา นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ถึงจะไม่เคยบริหารงานคมนาคมมาก่อน แต่เป็นลูกน้องคนสนิทของนายเนวิน ชิดชอบ จึงได้รับความไว้วางใจให้คุมกระทรวงเกรด A แต่การเสนอโครงการมักเป็นไปตามใบสั่ง “นาย” แทบทุกโครงการ และที่ฮือฮากัน โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ตลอดจนเปิดบ้านพัก จ.บุรีรัมย์ ต้อนรับนายกฯ โดยไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาตอแย
“ทวิต-กู้” เป็นฉายา นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ปัญหาเศรษฐกิจของไทย ขุนคลังคนนี้ไม่มีผลงานการแก้ปัญหา แต่กลับมีภาพการกู้เงิน (ก็เพื่อนำมาแก้ปัญหานั่นแหละ) ถ้าพูดถึงโลกไซเบอร์ ต้องยกนิ้วเป็นนักโพสมือ 1 ผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไฮไฟว์ จนได้รับขนานนามจากบุคคลทั่วไปว่า เป็นขุนคลังออนไลน์ ที่มีผลงานกู้เร็วทันใจราวกับไฮ-สปีด อินเตอร์เน็ต
ป้อมพลัง “ป” เป็นฉายา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ชื่อเล่น “ป้อม” ได้เป็นรัฐมนตรีที่ไม่สังกัดโควตาของพรรค และกลุ่มการเมืองใด ไม่ใช่ตัวแทนของกองทัพแต่ได้รับความเกรงกลัวเกรงใจจากคนในรัฐบาลอย่างมาก ถึงขั้นปล่อยผ่านเมกะโปรเจกต์ของกองทัพอย่างง่ายดาย เนื่องจากมีพลังอิทธิพล และบารมีของคนชื่อ “ป.ปลา” ตากลม
“ประธานหลักเลื่อน” เป็นฉายา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ว่าฉายาดังกล่าว เป็นเรื่องสนุกๆ แต่ยืนยันว่าวุฒิสภาทำหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องต่างๆ อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้น้อยใจอะไร คงจะยังยึดหลักการเดิม
“ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์” เป็นฉายา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดูเหมือนว่าจะไม่สนใจกับการตั้งฉายาดังกล่าว เป็นสิทธิของสื่อที่จะตั้งอะไรก็ได้ ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ เลยยังไม่ทราบความหมาย ในรอบปีที่ผ่านมาพยายามทำดีที่สุด (ถึงจะแก่แต่พลังการเมืองยังแจ๋วนะจ๊ะ)
“คนดีศรีสภา” เป็นฉายา นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความรู้สึกเป็นเกียรติที่สื่อมวลชนมอบให้ ซึ่งเป็นเกียรติแก่ตนและเป็นความภาคภูมิใจแทนลูกศิษย์ของตน ที่คนเป็นอาจารย์สามารถประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างกับสังคมได้ (ผู้เขียนให้ 4 ดวง)
“ถ่อย+เถื่อน ถีบ” เป็นฉายาของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการตั้งฉายาสภาผู้แทนฯ ว่า เป็นพฤติกรรมของบุคคลส่วนน้อยของสภา ซึ่งต้องร่วมมือกันแก้ไข ตลอดจนขอตั้งฉายาให้ฝ่ายนิติบัญญัติว่า “เต็มใจ จริงใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง” เพราะมีส่วนผลักดันกฎหมายได้ถึง 83 ฉบับ
“ตะแกรงก้นรั่ว” เป็นฉายา วุฒิสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. ตนไม่เห็นด้วยและคิดว่าไม่แฟร์ เพราะเป็นปรากฏการณ์ตอนเดือนท้ายๆ ของปีมาคิดเขียน ทางที่ดีควรจะประเมินกันทั้งปี (ดีตั้งเยอะไม่ชม)
อนึ่ง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการตั้งฉายาบุคคลและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรในปี 2552 ของสื่อมวลชนนั้น ถือว่าเหมาะสม และอธิบายได้ นอกจากนั้น ได้ให้ฉายาและภาษาสำนวน เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เมื่อก่อนเป็น “ดาวเด่น” ปัจจุบัน เป็น “ดาวดับ” หรือสำนวน “ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม”
“วิญญาณล่องหน” ฉายาผู้นำฝ่ายค้าน
“ร่างไร้วิญญาณ” Ckpkrii8gnrjvwmp
“ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” ฉายาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฯลฯ
ภาษาไทยเอกลักษณ์นี้ ของชาติ
มีสื่อการเมืองเปรื่องปราชญ์ คิดใช้
ตั้งฉายาฟันฟาด บริ-หารแล
สนามภาษาไทยฝึกไว้ ยิ่งใช้ยิ่งพัฒนา (เจ้าค่ะ)
(พรโสภา ร้อยกรอง)