Login
 
 

มองโลกผ่านธรรม
โดย...ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
วัดพุทธปัญญา โพโมน่า
http://www.buddhapanya.org/




บทที่ 73 พระพุทธเจ้ากับชาวนา (ตอนแรก)


เวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปในที่ไหนๆ ก็ตาม เมื่อพบประชาชนทำการงาน หรือประกอบอาชีพต่างๆ อยู่ถ้าหากพระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า ประชาชนเหล่านั้นมีความพร้อมที่จะรับพระธรรมพระองค์ก็จะทรงอาศัยสถานการณ์นั้นๆ เป็นสื่อในการแสดงธรรมทันที

คราวหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จไปยังหมู่บ้านชื่อเอกนาลา แคว้นมคธ พบพราหมณ์ชื่อ กสิภารทวาชะ กำลังดูแลความเรียบร้อยในการไถนาประจำฤดูกาลทำนา ซึ่งมีคนงานไถนาด้วยวัวเทียมไถถึงห้าร้อยตัว มองดูทั่วท้องทุ่งคึกคักสนั่นหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า พราหมณ์เจ้าของนา เลี้ยงอาหารแก่คนงานที่ไถนาทั้งหมดพร้อมๆ กัน

พระพุทธเจ้าเสด็จมาบิณฑบาตในเวลานั้น

พราหมณ์ได้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าพเจ้าไถหว่านแล้วจึงบริโภค แม้พระองค์ก็จงทรงไถหว่านและเก็บเกี่ยวบริโภคเถิด

พระพุทธเจ้าตรัสตอบพราหมณ์ผู้นี้ว่า เราก็ไถหว่าน แล้วจึงบริโภคเช่นเดียวกับท่านนั้นแหละ

พราหมณ์ถามด้วยความสงสัยว่า เอ๊ะ ท่านพูดว่า ท่านไถและหว่านแล้วจึงบริโภค

ข้าพเจ้าไม่เห็น เครื่องมือทำนา เช่น แอก ผาล ประตักหรือโคสักตัวเดียว ท่านพูดแปลก พระองค์เป็นชาวนาได้อย่างไรไหนลองอธิบายให้ข้าพเจ้าเข้าใจหน่อยซิ

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ศรัทธาเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน ปัญญาเป็นแอกและไถ หิริเป็นงอนไถ ใจเป็นเชือก สติเป็นผาลและประตัก เราคุ้มครองกายอย่างดี คุ้มครองวาจาอย่างดี ระมัดระวังในการบริโภคอาหาร ทำการดายหญ้าคือกำจัดวาจากลับกลอกด้วยคำสัตย์ ความสงบเสงี่ยมทำให้กิจการทุกอย่างสำเร็จ

ความเพียร ทำให้การงานทุกอย่างสำเร็จ ทำให้หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการ ไม่เดินถอยหลังไปยังความเศร้าโศก

เราทำนาอย่างนี้ นาที่เราทำนี้ย่อมเก็บเกี่ยวผลที่เป็นอมตะ ใครที่ทำนาอย่างนี้ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

เจ้าของนาได้ฟังจึงกล่าวว่า ขอพระองค์จงทรงบริโภคอมตะผลที่พระองค์ได้หว่านไถเถิด

พระองค์ตรัสต่อไปว่า เราไม่พึงบริโภคโภชนะ ซึ่งได้เพราะการขับกล่อม นี้เป็นธรรมดาของบุคคลผู้เห็นอรรถเห็นธรรม ท่านผู้รู้ทั้งหลายย่อมรังเกียจโภชนะทั้งหลายที่ได้เพราะการขับกล่อม เมื่อธรรมมีอยู่ การดำรงชีพก็ยังมีอยู่ ท่านจงบำรุงซึ่งพระขีณาสพทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ระงับความคึกคะนองได้แล้วด้วยข้าวและน้ำ เพราะการบำรุงนั้นเป็นนาบุญของผู้มุ่งบุญ

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสจบ พราหมณ์ผู้เป็นชาวนากล่าวด้วยความปีติว่า พระองค์ตรัสธรรมได้แจ่มแจ้งนัก ได้ความหมายหลากหลาย ชัดเจน สว่างไสวเหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนได้บอกทางให้แก่คนหลงทาง เสมือนส่องประทีปให้แก่คนอยู่ในที่มืดได้พบทาง  ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ กับพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะไปตลอดชีวิต

พราหมณ์ได้ฟังธรรมที่พระองค์ทรงแสดงโดยใช้ อุปการณ์ และกระบวนการทำนาทั้งหมดที่มีอยู่เป็นเครื่องมือสื่อให้เจ้าของนาได้เข้าถึงธรรม พบกับความแจ่มแจ้ง จนกระทั่งขอรับพระรัตนตรัยเป็นประทีปส่องทางไปตลอดชีวิต

พระองค์ทรงอุปมาว่า ศรัทธาเป็นพืช หมายถึงเมื่อมีความเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว่า ธรรมะเป็นประทีปไปสู่ความดับทุกข์ ต้องปลูกศรัทธาลงในการปฏิบัติธรรมเสียก่อน ไม่ว่าสิ่งใดจะผ่านมาไม่ว่าเป็นอุสรรคหรือความสำเร็จ ก็ไม่ถอดถอนศรัทธาในธรรม ยังคงปลูกฝังปักแน่น

เปรียบความเพียรเป็นฝน นาที่จะมีดินนุ่มและสมบูรณ์เหมาะที่พืชจะเจริญเติบโตได้ต้องอาศัย น้ำหล่อเลี้ยงจากฝนฉันใด การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน ต้องอาศัยเมื่อมีศรัทธาในธรรมแล้วต้องอาศัยความพากเพียรขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องไม่ถึงจุดหมายก็ยังไม่หยุด

เปรียบปัญญาเป็นแอกและไถ ในการทำนาต้องใช้แอกและไถไถดินเพื่อให้ดินร่วนเหมาะแก่การปลูกพืชฉันใด ในการปฏิบัติธรรมก็ต้องอาศัยปัญญาคอยแยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิดอะไรควรอะไรไม่ควร เพื่อให้ศัรทธาที่ตั้งมั่นดีแล้ว ได้เจริญงอกงามอย่างถูกทิศถูกทางถูกที่และถูกต้องในทุกขั้นตอน

ทรงเปรียบหิริ เป็นงอนไถ เวลาชาวนาไถนาต้องจับงอนไถให้มั่นเพื่อที่จะวางไถให้เหมาะสมที่จะทำการพรวนดินให้ดี การปฏิบัติธรรมทั้งปวงพึงยึดความละอายชั่วกลัวบาปไว้ให้มั่น ระวังกาย วาจา ใจไม่ให้บาปเข้ามาเบี่ยงเบนการปฏิบัติธรรมให้ออกไปทางอื่น ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างออกนอกทางไปหมด

เขียน 13 กุมภาพันธ์ 47 เวลา 11.18 นาที ตรวจทานแก้ไข 26 สิงหาคม 2548 เวลา 16.11 น.

...............................................

พุทธวิถี

พุทธประวัติ พุทธสิกขา พุทธจริยวัตร พุทธภาวนา พุทธกิจ พุทธธรรม พุทธปัญญา

 

ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ได้กรุณามอบหนังสือ “พุทธวิถี” ที่ท่านได้เขียนขึ้นและจัดพิมพ์เป็นอาจาริยบูชาฉลองร้อยปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ และฉลอง 95 ปีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เมื่อปี 2548 ให้ไทยทาวน์ฯ ได้นำมาตีพิมพ์เผยแพร่เป็นวิทยาทานแด่ผู้อ่านชาวไทยในอเมริกา โดยเนื้อหาของพุทธวิถีนั้น ดร.พระมหาจรรยา ระบุเอาไว้ในคำนำว่า เขียนขึ้นโดยใช้ข้อมูลหลักจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย และหนังสือต่างๆ ที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าด้วยความประทับใจ แล้วนำมาพิจารณาเสนอในมุมมองของท่าน โดยปรารถนาให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องของพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง เหมือนนั่งล้อมวงสนทนาเรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องธรรมะอย่างร่าเริง ไม่เคร่งเครียด โดยไทยทาวน์ฯ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ในความกรุณาของท่านมา ณ โอกาสนี้

...............................................

 

 

 

 



นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :